คำถามที่พบบ่อย

  • ข้อมูลพื้นฐาน
  • การสมัคร
  • ค่าธรรมเนียมและบัญชีธนาคาร
  • การคืนเงิน
  • นโยบายการคุ้มครองการซื้อ
  • การติดต่อ KGP

Facebook Pay (เฟซบุ๊ก เพย์) คืออะไร

Facebook Pay (เฟซบุ๊ก เพย์) คือ ช่องทางทำธุรกรรมของแพลตฟอร์มที่สามารถใช้งานผ่านระบบนิเวศของ Facebook ช่วยให้ผู้ใช้งานชำระเงินบนแอปในระบบนิเวศของ Facebook ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย ซึ่งมีการให้บริการในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย โดย KGP เป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินออนไลน์ผ่าน Messenger ซึ่งผู้ซื้อสามารถชำระ Facebook Pay บนแอปพลิเคชั่น Messenger ของ Facebook

บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP คืออะไร

บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP คือ บริการรับชำระเงินออนไลน์ที่ช่วยให้เพจร้านค้าบน Facebook สามารถรับชำระเงินจากลูกค้าผ่าน Facebook Pay ได้ ผ่านระบบรับชำระเงินของ KGP ซึ่งลูกค้าจะชำระเงินได้ด้วยบัตรเครดิต บัตรเดบิต (VISA, Mastercard, และ JCB) หรือ โอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารให้กับร้านค้าได้โดยตรงในกล่องข้อความสนทนาบน Messenger โดยไม่ต้องออกจากแอปพลิเคชันเพื่อชำระเงินให้กับเพจร้านค้าได้

บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP เหมาะกับใครบ้าง

เหมาะสำหรับผู้ที่ขายของออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook ที่มีเพจ Facebook จะสามารถดำเนินการสมัครใช้บริการรับชำระเงินนี้ได้

ต้องเป็นเพจ Facebook ประเภทใดจึงจะสมัครได้

สมัครได้ทั้งเพจ Facebook ที่เป็นบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคล เป็นเพจร้านค้าที่มีการขายสินค้าหรือบริการจริง ขายสินค้าในสกุลเงินบาท และดำเนินธุรกิจถูกต้องตามกฎหมาย

เพจร้านค้านิติบุคคล หรือองค์กรขนาดใหญ่สามารถสมัครได้หรือไม่

สามารถสมัครได้ทั้งประเภทนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา สำหรับนิติบุคคล สามารถดูวิธีการสมัครได้ที่นี่

ข้อดีของบริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP บน Messenger

ช่วยให้ร้านค้าจัดการกับออเดอร์ต่าง ๆ ได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ช่วยให้ร้านค้าไม่ต้องแจ้งเลขบัญชีธนาคารให้กับลูกค้าเพื่อรับชำระเงิน เพียงแค่พิมพ์จำนวนเงินที่ต้องการเรียกเก็บให้กับลูกค้าได้โดยตรงระหว่างที่สนทนากันบน Messenger และลูกค้าเพียงกดเพื่อทำการชำระตามจำนวนที่ร้านค้าแจ้งมา จากนั้นระบบจะทำการอัพเดทสถานะการชำระเงินให้กับเพจร้านค้าได้โดยตรงผ่านระบบของเรา

ดูจุดเด่นของระบบเพิ่มเติมได้ ที่นี่

การบริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP น่าเชื่อถือ และปลอดภัยหรือไม่

ปลอดภัยแน่นอน เพราะทุกรายการชำระเงินจะได้รับการเข้ารหัสและป้องกันโดยใช้มาตรฐานการรักษาความปลอดภัย PCI DSS ทำให้ข้อมูลต่าง ๆ ถูกใช้งาน และรักษาไว้อย่างปลอดภัย

หากต้องการยกเลิกบริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP บน Facebook จะต้องทำอย่างไร

ล็อกอินเข้าไปที่ Facebook Page ของคุณผ่าน PC/Notebook > เลือก “จัดการร้านค้า” (Manage Shop) > เลือก “ตั้งค่าการชำระเงิน” (Payment Settings) > เลือก “ยกเลิกการรับชำระเงิน” (Disable Payment)

บุคคลธรรมดา


สมัครใช้บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP ได้อย่างไร

คุณสามารถสมัครใช้บริการนี้กับ KGP ได้โดยตรงบนเพจร้านค้าบน Facebook ของคุณ คลิกที่นี่สำหรับขั้นตอนการสมัคร

สำคัญ:

  • ผู้ที่ดำเนินการสมัคร จะต้องมีสถานะเป็นผู้ดูแลเพจ (Page Admin) เท่านั้น
  • หากต้องการตรวจสอบสถานะของผู้ดำเนินการสมัคร ว่าเป็นผู้ดูแลเพจ (Page Admin) หรือไม่ สามารถดูได้ที่ เพจร้านค้าของคุณ (Facebook Page) > การตั้งค่า (Setting) > บาทบาทในเพจ (Page Roles) > ผู้ที่มีสถานะเป็นผู้ดูแลเพจ (Page Admin) จะดำเนินการสมัครได้
  • กรุณาตรวจสอบให้มั่นใจว่า:
    (1) ข้อมูลส่วนตัวของผู้สมัคร ต้องตรงกับข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฎบนบัตรประชาชนที่จะใช้อัพโหลดเข้าสู่ระบบสำหรับการสมัคร
    (2) ชื่อ สกุล ของผู้สมัคร ตรงกับ ชื่อ สกุล ของบัญชีธนาคารที่จะทำการเชื่อมโยงในขั้นตอนสุดท้ายของการสมัคร

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวใช้เพื่อยืนยันตัวตน และเพื่อความปลอดภัยของคุณ

สมัครแล้วใช้รับชำระเงินบน Facebook ได้ทันทีเลยหรือไม่

ร้านค้าจะได้รับแจ้งผลอนุมัติผ่าน Facebook Notification ภายใน 24 ชั่วโมง จึงจะเริ่มต้นใช้งานได้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่ร้านค้าไม่สามารถใช้งานได้ หรือร้านค้าไม่ผ่านเกณฑ์การรับสมัคร สามารถติดต่อ call center ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ 02-008-8820

วิธีการอัพโหลดรูปบัตรประชาชนที่ถูกต้อง

ดูวิธีการอัพโหลด (กรณีสมัครผ่านคอมพิวเตอร์) และถ่ายรูปภาพ (กรณีสมัครผ่านมือถือ) บัตรประชาชนที่ถูกต้องได้ดังนี้

  • อัพโหลด หรือถ่ายรูป เฉพาะ “ด้านหน้า” ของบัตรประชาชนตัวจริงของผู้สมัครเท่านั้น
  • ให้เห็นข้อความบนบัตร และรูปถ่ายชัดเจน
  • ขนาดไม่เล็กเกินไป ไม่เบลอ ไม่ปิดซ่อนข้อความหรือขีดฆ่าข้อมูลต่างๆ

หมายเหตุ: ข้อมูลดังกล่าวนี้ใช้เพื่อยืนยันตัวตน และเพื่อความปลอดภัยของคุณเท่านั้น



นิติบุคคล


Facebook Page ID ที่ต้องระบุในใบสมัคร คืออะไร

คือเลขที่ของเพจร้านค้าของคุณ สามารถดู Facebook Page ID ได้โดย เข้าไปเพจของคุณ > เพิ่มเติม > เกี่ยวกับ

คอมพิวเตอร์

โทรศัพท์มือถือ

โทรศัพท์มือถือ

สมัครด้วยบัญชีนิติบุคคล แตกต่างจากการสมัครแบบบุคคลธรรมดาอย่างไร

การใช้งานฟังชั่นต่างๆ และข้อกำหนดต่างๆ ไม่แตกต่างกันไม่ว่าท่านจะสมัครด้วยบัญชีนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดา หากท่านประสงค์จะสมัครบริการด้วยบัญชีนิติบุคคลท่านสามารถสมัครและนำส่งเอกสารตามขั้นตอนที่ระบุไว้ ที่นี่ (หากมีคำถามเพิ่มเติม ติดต่อ Call Center 02-0088820)

สมัครแบบบุคคลธรรมดาไปแล้ว หากต้องการสมัครนิติบุคคลต้องทำอย่างไร

กรุณาติดต่อ Call Center 02-0088820

ขั้นตอนการสมัครร้านค้าแบบนิติบุคคลจะต้องทำอย่างไรบ้าง และเมื่อสมัครแล้ว จะสามารถใช้งานระบบได้เลยทันทีหรือไม่

สามารถดูขั้นตอนการสมัครทั้งหมดได้ตามที่ระบุไว้ ที่นี่ และ ท่านจะได้รับแจ้งผลการสมัครผ่าน Notification บน Facebook ภายใน 3-6 วันหลังจากท่านนำส่งเอกสารการสมัครที่สาขาของธนาคารกสิกรไทยครบถ้วน

ร้านค้าที่จดทะเบียนนิติบุคคลต้องมีบัญชีเงินฝากนิติบุคคลของธนาคารกสิกรไทยหรือไม่

ร้านค้าไม่จำเป็นต้องมีบัญชีเงินฝากสำหรับนิติบุคคลกับธนาคารกสิกรไทยจึงจะสามารถสมัครบริการรับชำระเงินบน Facebook ได้ ร้านค้าสามารถใช้บัญชีเงินฝากนิติบุคคลของธนาคารใดก็ได้ในการรับเงิน

ร้านค้าจดทะเบียนนิติบุคคลต้องส่งเอกสารอย่างไร

สามารถส่งเอกสารได้ที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาใดก็ได้ทั่วประเทศ

โดยกรรมการทุกท่านนำส่งเอกสารด้วยตนเองเพื่อทำการยืนยันตัวตน หากกรรมการทุกท่านไม่สามารถยื่นส่งด้วยตนเองได้ สามารถมอบอำนาจให้กรรมการท่านใดท่านหนึ่ง หรือมอบให้ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลส่งเอกสารแทนได้ (พร้อมหนังสือมอบอำนาจ)

ร้านค้าจะรู้ผลการสมัครภายในกี่วัน

ท่านจะได้รับแจ้งผลการสมัครผ่าน Notification บน Facebook ภายใน 3-6 วันหลังจากท่านนำส่งเอกสารการสมัครที่สาขาของธนาคารกสิกรไทยครบถ้วน

การใช้บริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง

สำหรับเพจร้านค้าที่เปิดใช้บริการรับชำระเงิน (ผู้รับเงิน):

  1. ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการสมัครใช้บริการและไม่มีค่าธรรมเนียมรายเดือน
  2. ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการชำระเงินผ่านวิธีการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร และ QR code
  3. มีค่าธรรมเนียม 2.5% (ไม่รวม Vat) ต่อหนึ่งธุรกรรม สำหรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต

ตัวอย่างการคิดค่าธรรมเนียม สำหรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและบัตรเดบิต:

เช่น ยอดชำระ 100 บาท ทางบริษัทจะคิดค่าธรรมเนียมรับชำระเงินผ่านบัตรเดบิต/เครดิต 2.50 บาท และคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT 7% จากค่าธรรมเนียม 2.5 บาท (2.5 x 7%) = 0.175 บาท รวมเป็น 2.50 + 0.175 =2.675 บาท หากร้านค้าต้องการใบกำกับภาษี (Tax-Invoice) สามารถแจ้งความประสงค์ในการจัดส่งมาที่ Call Center (02-008-8820) โดยทางบริษัทจะทำการจัดส่งให้ไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้ในใบสมัคร

สำหรับลูกค้า (ผู้ชำระเงิน):
ไม่มีค่าธรรมเนียมใด ๆ ในการชำระเงิน

ร้านค้าสามารถรับชำระเงินได้กี่วิธี และด้วยเงินสกุลใด

ร้านค้าสามารถรับชำระเงินจากลูกค้าผ่าน Facebook Pay ซึ่งชำระได้ 3 วิธี

  • ผ่านบัตรเครดิต และเดบิต VISA, Mastercard, JCB
  • การโอนเงินผ่านแอปธนาคารกสิกรไทย, กรุงเทพ, ไทยพาณิชย์, และ กรุงศรีอยุธยา
  • การชำระเงินโดยใช้ QR code

สกุลเงินที่รับได้ปัจจุบันคือ ไทยบาท

เมื่อรับชำระเงินจากผู้ซื้อแล้ว ต้องการให้เงินเข้าบัญชีที่ผูกไว้ทันที สามารถทำได้หรือไม่

ไม่สามารถทำได้ ระบบจะทำการตัดยอดตามเวลาที่กำหนด และจะส่งเงินเข้าบัญชีธนาคารในวันถัดไป* (T+1) เท่านั้น

คลิกที่นี่ สำหรับวิธีการตัดรอบและโอนเงินให้ร้านค้า

*หมายเหตุ: หากเพจร้านค้าของคุณอยู่ภายใต้โปรแกรมนโยบายคุ้มครองการซื้อโดย Facebook ระยะเวลาในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารจะแตกต่างไป คลิกที่นี่ สำหรับนโยบายคุ้มครองการซื้อโดย Facebook

สามารถผูกบัญชีธนาคารได้กี่บัญชี

ร้านค้าสามารถผูกบัญชีธนาคารได้ 1 บัญชีต่อหนึ่งเพจร้านค้า

ร้านค้าจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารของร้านค้าเมื่อไหร่

ระบบจะทำการตัดรอบการชำระเงินเวลา 21.00 น. ของทุกวัน ยอดเงินที่ชำระเข้ามาก่อน 21.00 น. จะถูกโอนให้กับร้านค้าในวันถัดไป* (T+1) ทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ นักขัตฤกษ์ เช่น หากลูกค้าชำระเงินให้กับร้านค้าวันจันทร์ ก่อน 21.00 น.ร้านค้าจะได้รับเงินในวันอังคาร หากเป็นรายการหลัง 21.00 น. จะได้รับเงินในวันพุธ โดยระบบจะนำเงินเข้าบัญชีที่ร้านค้าผูกไว้โดยอัตโนมัติ (รวบรวมจากธุรกรรมทั้งหมดของวันและส่งให้กับร้านค้าเป็นยอดเดียว)

*หมายเหตุ: หากเพจร้านค้าของคุณอยู่ภายใต้โปรแกรมนโยบายคุ้มครองการซื้อโดย Facebook ระยะเวลาในการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารจะแตกต่างไป คลิกที่นี่สำหรับนโยบายคุ้มครองการซื้อโดย Facebook

มีการกำหนดยอดเงินขั้นสูงสุดในการชำระเงินต่อธุรกรรมหรือไม่

ยอดเงินสูงสูงต่อธุรกรรม = 20,000 บาท

ยอดเงินสูงสุดต่อเดือน = ผู้สมัครใช้บริการ 1 ราย สามารถมีร้านค้า ได้สูงสุด 10 ร้านค้า ต่อ 1 หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และสามารถรับเงินได้สูงสุด 300,000 บาท (รวมทุกร้านค้าภายใต้บุคคลเดียวกัน) ต่อเดือน

สามารถขอเพิ่มวงเงินการรับชำระเงินได้หรือไม่

ทำได้ หากต้องการเพิ่มวงเงิน กรุณาติดต่อ call center ที่ 02-0088820

ถ้ามีการชำระสินค้าผ่าน Facebook Pay บน Messenger แล้วเกิดข้อพิพาท (Dispute) ขึ้น จะสามารถขอคืนเงินจากร้านค้าได้หรือไม่

ผู้ซื้อสามารถกดขอเงินคืน (Refund) ได้ภายใน 7 วัน หรือก่อนกดยืนยันได้รับสินค้าไม่ว่าร้านค้าจะอยู่ภายใต้นโยบายการคุ้มครองการซื้อสินค้า (Purchase Protection) หรือไม่ ร้านค้าสามารถกดยกเลิกคำสั่งซื้อ และคืนเงินได้เช่นเดียวกัน โดยทำได้ภายใน 7 วัน หรือก่อนผู้ซื้อกดยืนยันได้รับสินค้า

เกี่ยวกับโปรแกรมการคุ้มครองการซื้อโดย Facebook: ที่นี่
นโยบายคุ้มครองการซื้อโดย Facebook: ที่นี่

นโยบายคุ้มครองการซื้อ (Purchase Protection) คืออะไร ดีต่อร้านค้าอย่างไร

นโยบายคุ้มครองการซื้อด้วย Facebook Pay (Purchase Protection) เป็นบริการที่จะช่วยให้ผู้ซื้อมั่นใจในการซื้อสินค้ากับร้านค้าบน Messenger มากขึ้น โดยผู้ซื้อจะสามารถแจ้งโต้แย้งหรือแจ้งเป็นข้อพิพาท (Dispute) ได้กับทาง Facebook และขอเงินคืน (Refund) ได้เต็มจำนวนภายในช่วงระยะเวลา 7 วันก่อนที่เงินค่าสินค้าจะโอนไปยังผู้ขายด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • ผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าที่สั่งซื้อ
  • ผู้ซื้อได้รับสินค้าที่สั่งซื้อในสภาพเสียหาย
  • สินค้าที่สั่งซื้อไม่ครบถ้วน
  • สินค้าที่ได้รับไม่เหมือนกับคำอธิบายในรายการสินค้า

สำคัญ: Facebook Pay (เฟซบุ๊ก เพย์) คืออะไร

นโยบายคุ้มครองการซื้อ (Purchase Protection) ทำงานอย่างไร

การคุ้มครองการซื้อให้ความคุ้มครองธุรกรรมสำหรับรายการชำระเงินผ่าน Facebook Pay ระหว่างร้านค้าและผู้ซื้อ ที่มีมูลค่าไม่เกิน 9,300 บาทต่อรายการ

  1. ผู้ซื้อจะต้องซื้อสินค้าโดยชำระเงินผ่าน Facebook Pay โดยสามารถชำระเงินได้ทั้งผ่านบัตรและเงินโอน
  2. ระบบจะทำการกันยอดเงินที่คุณได้รับไว้เป็นเวลา 7 วัน หรือจนกว่าผู้ซื้อจะกดยืนยันว่าได้รับสินค้าแล้ว
  3. หากผู้ซื้อโต้แย้งคำสั่งซื้อ ร้านค้าจะมีเวลา 24 ชั่วโมงในการติดต่อผู้ซื้อโดยตรงเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันได้
  4. หากร้านค้าไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับผู้ซื้อ ผู้ซื้อสามารถส่งคำร้องถึง Facebook ได้ หรือหากข้อโต้แย้งจากผู้ซื้อไม่ได้รับการแก้ไขภายใน 3 วัน ระบบจะส่งคำร้องถึง Facebook โดยอัตโนมัติ
  5. Facebook จะตรวจสอบคำร้องการคุ้มครองการซื้อแต่ละรายการ และหาก Facebook อนุมัติคำร้องดังกล่าว ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนตามมูลค่าสินค้าในคำสั่งซื้อ

ร้านค้าจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้เมื่อใด (Payout)

ปัจจุบันร้านค้าจะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกไว้ในวันถัดไป หลังจากที่ผู้ซื้อทำการชำระเงิน (ตัดรอบเวลา 21:00 น. ของทุกวัน)

การคุ้มครองการซื้อจะเปลี่ยนแปลงช่วงระยะเวลาในการได้รับเงินดังกล่าว โดย ร้านค้าจะได้รับเงินโอนภายใน 7 วันเมื่อการสั่งซื้อสำเร็จ หรือจนกว่าผู้ซื้อจะกดยืนยันว่าได้รับสินค้าแล้ว

เมื่อมีกรณีพิพาท (Dispute) และการขอเงินคืน (Refund) ผู้ซื้อ/ร้านค้าสามารถติดตามสถานะของรายการที่ทำเรื่องพิพาท (Dispute) ได้อย่างไร

ผู้ซื้อ/ร้านค้าสามารถติดตามสถานะของรายการที่ทำเรื่องพิพาท (Dispute) ได้โดยการกดดูที่รายการจ่ายเงินบน Messenger ที่ผู้ซื้อแจ้งทำเรื่องพิพาท (Dispute)

ใครคือผู้ตรวจสอบ และตัดสินกรณีพิพาทระหว่างผู้ซื้อ และ ร้านค้า

หากร้านค้า และผู้ซื้อไม่สามารถตกลงกันได้ภายใน 24 ชั่วโมง และเรื่องถูกส่งถึง Facebook ทาง Facebook จะเป็นผู้ตรวจสอบรายการ และดำเนินการเรื่องกรณีพิพาท (Dispute) ระหว่างผู้ซื้อ และ ร้านค้า โดย Facebook จะติดต่อผู้ซื้อผ่านทางอีเมล และผู้ซื้อสามารถตรวจสอบสถานะของข้อโต้แย้งได้ผ่านทาง Messenger โดยสามารถกดเข้าไปที่ที่รายการจ่ายเงินที่ผู้ซื้อแจ้งทำเรื่องพิพาท (Dispute)

ระยะเวลาในการดำเนินการสำหรับกรณีพิพาท (Dispute) ของ Facebook

Facebook จะใช้เวลาในการตรวจสอบ 3 วัน

ระยะเวลาการคืนเงินให้กับผู้ซื้อ

หากได้ข้อยุติว่ามีการทำเงินคืนให้กับผู้ซื้อ

  1. กรณีจ่ายด้วยบัตรเครดิต หรือเดบิต จะมีระยะเวลาทำเงินคืนให้กับผู้ซื้อประมาณ 30 วันหลังจากได้ข้อยุติ
  2. กรณีจ่ายด้วยเงินโอน ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนวัดถัดไปหลังจากได้ข้อยุติ

ร้านค้าสามารถเลือกที่จะไม่ใช้บริการการคุ้มครองการซื้อสินค้ากับทาง Facebook ได้หรือไม่

นโยบายการคุ้มครองการซื้อมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความมั่นใจและสบายใจให้แก่ผู้ซื้อที่ชำระค่าสินค้าและบริการด้วย Facebook Pay บน Platform Facebook ซึ่งจะครอบคลุมกับร้านค้าทุกราย (ยกเว้นสินค้าในหมวดอาหาร)

บริการนี้เริ่มเมื่อไหร่

บริษัทและ Facebook อยู่ในช่วงของการทดลองการให้บริการการคุ้มครองการซื้อ โดยจะเริ่มทดลองการให้บริการนี้ในวันที่ 25 สิงหาคม 2563 ให้แก่ร้านค้าบางกลุ่มเท่านั้น และจะขยายกลุ่มการให้บริการร้านค้าต่อไป

จะทราบได้อย่างไรว่าสินค้าใดอยู่ภายใต้นโยบายการคุ้มครองการซื้อ (Purchase Protection) บ้าง

สินค้าที่อยู่ภายใต้นโยบายการคุ้มครองการซื้อ (Purchase Protection) จะมีข้อความว่า Covered by Purchase Protection ใต้รูปสินค้า หรือใต้กล่องข้อความเมื่อผู้ขายทำการเรียกเก็บเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อ ทั้งนี้ รายการชำระเงินดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองก็ต่อเมื่อทำการชำระเงินสำเร็จผ่าน Facebook Pay เท่านั้น

ผู้ซื้อจะทำการแจ้งเรื่องพิพาท (Dispute) และขอเงินคืน (Refund) ได้ในกรณีใดบ้าง

ผู้ซื้อจะแจ้งเรื่องพิพาท (Dispute) และได้รับเงินคืน (Refund) เต็มจำนวน กรณี

  • ผู้ซื้อไม่ได้รับสินค้าที่สั่งซื้อ
  • ผู้ซื้อได้รับสินค้าที่สั่งซื้อในสภาพเสียหาย
  • สินค้าที่สั่งซื้อไม่ครบถ้วน
  • สินค้าที่ได้รับไม่เหมือนกับคำอธิบายในรายการสินค้า

วิธีการแจ้งเรื่องพิพาท (Dispute) และขอเงินคืน (Refund) ทำอย่างไร

ผู้ซื้อสามารถกดขอเงินคืน (Refund) ได้ภายใน 7 วัน หรือก่อนกดยืนยันได้รับสินค้า โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีเวลาเจรจาตกลงกันเองภายใน 24 ชั่วโมงนับจากวันที่ผู้ซื้อต้องการขอเงินคืน (Refund) หากตกลงกันได้ ร้านค้าสามารถกด Cancel Order และคืนเงินแก่ผู้ซื้อเต็มจำนวน อย่างไรก็ตาม หากตกลงกันไม่ได้ Facebook จะเป็นผู้ดำเนินการระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย และพิจารณาเป็นกรณีไป

การคุ้มครองการซื้อมีค่าธรรมเนียมหรือไม่

การคุ้มครองการซื้อเป็นบริการเพื่อสร้างความมั่นใจและสบายใจให้แก่ผู้ซื้อที่ชำระค่าสินค้าและบริการด้วย Facebook Pay บน Platform Facebook นโยบายดังกล่าวไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับทั้งผู้ซื้อและร้านค้า

ช่องทางการติดต่อ KGP หากต้องการความช่วยเหลือ หรือมีคำถามเกี่ยวกับการใช้งานบริการรับชำระเงินผ่าน Facebook Pay กับ KGP

สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของ KGP ได้ที่

  1. Call Center โทร.: 02-008-8820 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
  2. แชทผ่านเพจ Facebook: เข้าไปที่นี่ และเลือก “ข้อความ” เพื่อสนทนา
  3. อีเมลสำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป: info.kgp@kasikornglobalpayment.com
  4. อีเมลสำหรับแจ้งปัญหาเกี่ยวกับการใช้บริการ: customerservice@kasikornglobalpayment.com

สามารถขอใบกำกับภาษีได้หรือไม่

คุณสามารถแจ้งความประสงค์ในการขอรับใบกำกับภาษี (สำหรับค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต เดบิต) ได้ที่ Call Center 02-008-8820 โดยทางบริษัทจะทำการจัดส่งให้ไปยังที่อยู่ที่ระบุไว้ในใบสมัคร