ข้อตกลงการเป็นร้านค้าเพื่อใช้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์กับ KGP (KGP Payment Gateway)
ตามที่ข้าพเจ้าผู้สมัคร (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ร้านค้า”) ที่มีชื่อปรากฏและลงลายมือชื่อในใบสมัครการเป็นร้านค้าเพื่อใช้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์กับ KGP (KGP Payment Gateway) และสัญญาแก้ไข และ/หรือสัญญาเพิ่มเติมใดๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) (ซึ่งต่อไปนี้รวมจะเรียกว่า “ใบสมัครฯ”) มีความประสงค์จะใช้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการ ผ่านเว็บไซต์/Mobile Application ตามที่ระบุในใบสมัครฯ และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ บจก. กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้บริการ”) ขยายการให้บริการในอนาคต จากผู้ชำระค่าสินค้า/บริการ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ชำระเงิน”) ด้วยเครื่องมือการชำระเงินต่างๆ แทนการชำระด้วยเงินสด ผ่านบริการระบบรับชำระเงินออนไลน์กับ KGP (KGP-Payment Gateway) ของผู้ให้บริการ ร้านค้าจึงตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงการเป็นร้านค้าเพื่อใช้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์กับ KGP (KGP Payment Gateway) ซึ่งประกอบด้วยข้อตกลงทั่วไปและข้อตกลงเฉพาะ (ซึ่งต่อไปนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ข้อตกลงฯ”) ดังต่อไปนี้
ข้อตกลงทั่วไป
ข้อ 1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
- 1.1 ร้านค้าตกลงให้ผู้ให้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการ ผ่านเว็บไซต์/Mobile Application ตามที่ระบุในใบสมัครฯ และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการให้บริการในอนาคต จากผู้ชำระเงินแทนร้านค้า ด้วยเครื่องมือการชำระเงินต่างๆ ดังต่อไปนี้ (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “เครื่องมือการชำระเงิน”) แทนการชำระด้วยเงินสด
- 1.1.1 บัตรเครดิต/เดบิต/ บัตรอิเล็กทรอนิกส์ / บัตรเติมเงิน (Prepaid) / บัตรเงินสด (Cash card) (รวมถึงการผ่อนชำระภายใต้บัตรนั้น) (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “บัตร”) ที่ออกหรือร่วมออกโดยธนาคารพาณิชย์ บริษัท และ/หรือสถาบันอื่น (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ผู้ออกบัตร”) ทั้งที่เป็นหรือไม่เป็นสมาชิกของ VISA INTERNATIONAL SERVICE ASSOCIATION (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “VISA”) และ/หรือ MASTERCARD INTERNATIONAL INCORPORATED (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “MASTERCARD”) และ/หรือ CHINA UNIONPAY COMPANY LIMITED (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “UnionPay”) และ/หรือ JCB INTERNATIONAL COMPANY LIMITED (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “JCB”) และ/หรือ บจก.ไทย เพย์เมนต์ เน็ตเวิร์ก (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “TPN”) และ/หรือ AMERICAN EXPRESS COMPANY (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “AMEX”) และ/หรือ บริษัทบัตรเครดิตอื่น และ/หรือสถาบันอื่น ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันที่ผู้ออกบัตรจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกในอนาคต (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “บริษัทบัตรเครดิต”)
- 1.1.2 เงินโอน ซึ่งผู้ชำระเงินทำคำสั่งโอนและ/หรือชำระค่าสินค้า/บริการ โดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ชำระเงินที่มีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันอื่นที่เป็นผู้ให้บริการเงินโอน (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ผู้ให้บริการเงินโอน”)
- 1.1.3 เครื่องมือการชำระเงินอื่น (รวมถึง การชำระเงินด้วยการหักบัญชีแบบออนไลน์ (Online Direct Debit) การชำระเงินด้วย QR Code ทั้งในรูปแบบ Thai QR Code (PromptPay) และ QR Code ตามมาตรฐานการชำระเงินการชำระเงินด้วยกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet)) ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ และ/หรือโดยบริษัทอื่นหรือสถาบันอื่นที่เป็นผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินนั้น (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน”) ตามที่ผู้ให้บริการเปิดให้บริการในปัจจุบันหรือต่อไปในภายหน้า
- 1.2 ร้านค้าตกลงพัฒนาและดำรงการเชื่อมต่อเว็บไซต์/Mobile Application ของร้านค้าให้เข้ากับระบบรับชำระเงินออนไลน์ของผู้ให้บริการผ่านบริการช่องทางการเชื่อมต่อ (API) ตามรูปแบบและวิธีที่ผู้ให้บริการกำหนด ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง และ/หรือเครื่องสร้าง/เครื่องอ่าน QR Code หรือ Barcode หรือรหัสอื่นใดที่ระบบการรับชำระเงินของผู้ให้บริการจะรองรับให้สามารถชำระเงินผ่านการให้บริการของผู้ให้บริการได้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “รหัสชำระเงิน”) การติดตั้ง Application และ/หรืออุปกรณ์อื่นใด ตามที่ผู้ให้บริการจะออกให้บริการในภายหน้า (หากมี) แล้วแต่กรณี เพื่อรับ-ส่งคำสั่งต่างๆ เกี่ยวกับการซื้อสินค้า/บริการ ระหว่างร้านค้ากับผู้ให้บริการ ผ่านเว็บไซต์/Mobile Application ของร้านค้าโดยตรงมาที่ผู้ให้บริการ โดยร้านค้าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดจากการพัฒนาและเชื่อมต่อระบบดังกล่าว รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการระบบภายในของร้านค้าเองทั้งสิ้น
- 1.3 การใช้รหัสประจำตัว หรือรหัสผ่าน หรือ PIN หรือ Password หรือ Token หรือ Secret Key หรือ Public Key หรือการใช้เทคโนโลยีชีวมิติ หรือเครื่องมืออื่นใดโดยร้านค้า บุคคลที่ร้านค้าระบุให้เป็นผู้ติดต่อหลัก และ/หรือบุคคลที่ร้านค้ามอบหมาย ตามที่ระบุในใบสมัครฯ ซึ่งร้านค้าสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ใช้งานตามที่ระบุในใบสมัครฯ ได้โดยแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าตามวิธีการที่ระบุไว้ในข้อตกลงฯ ฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “User”) ใช้เป็นเครื่องมือในการ Log in และ/หรือรับ-ส่งคำสั่ง/คำขอ/รายงาน/ผลการดำเนินการต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการได้แจ้งให้แก่ร้านค้าทราบ และ/หรือผ่านบริการช่องทางการเชื่อมต่อ (API) ระหว่างระบบของร้านค้าและระบบของผู้ให้บริการ และ/หรือผ่านช่องทาง/บริการต่างๆ ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือเพื่อใช้บริการต่างๆ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การโอนเงินเข้าหรือออกจากบัญชีเงินฝาก (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่เรียกคำใดคำหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจงจะรวมเรียกว่า “เครื่องมือโอนเงิน”) ร้านค้าตกลงยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- 1.3.1 หากการใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ผู้ให้บริการได้กำหนดให้ต้องใช้บริการผ่านเครื่องมือโอนเงิน ร้านค้าจะต้องระบุเครื่องมือโอนเงินตามเงื่อนไขและขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนดสำหรับการใช้บริการผ่านช่องทางนั้นๆ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะจัดส่ง Password ไปยัง Email Address ของ User แต่ละคนตามที่ระบุในใบสมัครฯ โดยเมื่อ User แต่ละคนได้รับ Password แล้ว จะต้องเปลี่ยน Password ในครั้งแรกที่ Log in เข้าระบบเพื่อใช้บริการ และ User แต่ละคนจะสามารถใช้บริการต่างๆ ได้ตามสิทธิของ User ในแต่ละระดับ
- 1.3.2 ร้านค้าจะต้องเก็บรักษาเครื่องมือโอนเงินไว้ในที่ปลอดภัยและถือเป็นความลับเฉพาะตัวของร้านค้าเท่านั้น การเปิดเผยเครื่องมือโอนเงินถือเป็นการปฏิบัติผิดข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หากเกิดความเสียหายประการใด (ซึ่งรวมถึงเกิดรายการโอนเงิน) จากการที่ร้านค้าเปิดเผยหรือกระทำการใดๆ จนทำให้บุคคลอื่นล่วงรู้ หรือได้รับเครื่องมือโอนเงิน หรือเครื่องมือโอนเงินสูญหายหรือถูกโจรกรรม ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้ให้บริการจะดำเนินการอายัด หรือระงับการใช้เครื่องมือโอนเงินนั้น ทั้งนี้ ร้านค้าสามารถเปลี่ยนแปลงเครื่องมือโอนเงินได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ภายใต้เงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด
- 1.3.3 ในกรณีที่เครื่องมือโอนเงินเกิดการสูญหาย/ถูกโจรกรรม/ถูกระงับ/ครบกำหนดเวลาที่ต้องเปลี่ยน หรือร้านค้าลืมเครื่องมือโอนเงิน ร้านค้าสามารถติดต่อผู้ให้บริการที่ KGP Partner Support อีเมล partnersupport@kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนด
- 1.3.4 การกระทำใดๆ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การสมัครและใช้บริการต่างๆ การตกลงยอมรับ/การแก้ไข/การเปลี่ยนแปลง/การเพิ่มเติม ของเงื่อนไข/บริการ/อัตราค่าธรรมเนียม/ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ /การตรวจสอบ/การพิสูจน์ตัวตน/การอนุมัติการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของร้านค้าเองก็ดี หรือการกระทำของบุคคลอื่นใดก็ดี หากได้กระทำไปโดยผ่านการใช้เครื่องมือโอนเงินแล้ว ร้านค้าตกลงให้ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์นับตั้งแต่เวลาที่มีการยืนยันทำธุรกรรม และให้มีผลผูกพันร้านค้าเสมือนหนึ่งได้กระทำโดยร้านค้าเอง รวมทั้งให้ถือว่าเป็นการที่ร้านค้าได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ไว้แก่ผู้ให้บริการเพื่อเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมผ่านบริการในครั้งนั้นๆ โดยถูกต้องสมบูรณ์แล้ว นับตั้งแต่เวลาที่มีการยืนยันทำธุรกรรม ซึ่งร้านค้าไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ และร้านค้าตกลงให้ผู้ให้บริการสามารถใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นต้นฉบับเอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ว่าร้านค้าได้ทำธุรกรรมนั้น และใช้ในการดำเนินการทางกฎหมายได้ทุกประการ ทั้งนี้ ร้านค้าตกลงยอมรับและรับทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากร้านค้าสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่จำต้องมีเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดยืนยันเพิ่มเติม และ/หรือมอบให้แก่ผู้ให้บริการ เว้นแต่รายการที่ผู้ให้บริการกำหนดให้ต้องทำเอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้ถูกต้องตามวิธีการ และนโยบายของผู้ให้บริการในเรื่องนั้นๆ ร้านค้าจะต้องทำเอกสารหรือหลักฐาน (หากมี) ตามที่ผู้ให้บริการกำหนดด้วย ทั้งนี้ ร้านค้าต้องตรวจสอบยอดเงินภายหลังจากทำรายการทุกครั้ง โดยร้านค้ายินยอมรับผิดชอบต่อการทำธุรกรรมดังกล่าวทุกประการ อนึ่ง เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น การดำเนินการดังต่อไปนี้ ร้านค้าโดยผู้มีอำนาจกระทำการแทนสามารถติดต่อ KGP Partner Support อีเมล partnersupport @kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อจัดทำเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนด • การขอเปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝากที่ผูกกับการใช้บริการต่างๆ นี้ • การยกเลิกการระงับใช้บริการชั่วคราว (Unhold) • การขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของร้านค้า User และ/หรือรายละเอียดของการใช้บริการต่างๆ • การยกเลิกการใช้บริการ
- 1.4 การขายสินค้า/บริการไม่ว่าจำนวนเงินเท่าใดก็ตาม ร้านค้าจะต้องได้รับอนุมัติวงเงินจากผู้ให้บริการก่อนทุกครั้ง โดยร้านค้าจะเป็นผู้ขออนุมัติวงเงินตามจำนวนเงินตามคำสั่งซื้อเองผ่านบริการช่องทางการเชื่อมต่อ (API) โดยใช้เครื่องมือโอนเงิน หรือด้วยวิธีการอื่นตามที่ตกลงกัน หากมีรายการใดที่ผู้ให้บริการอนุมัติวงเงินการสั่งซื้อสินค้า/บริการ ผู้ให้บริการจะส่งผลการอนุมัติไปให้ร้านค้าทราบ เพื่อให้ร้านค้าจัดส่งสินค้า และ/หรือให้บริการกับผู้ชำระเงินต่อไป
- 1.5 ร้านค้าตกลงว่า จะมิให้ผู้อื่นมาร่วมใช้บริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้บริการก่อน
- 1.6 ร้านค้าต้องรับชำระค่าสินค้า/บริการในราคาที่ไม่สูงกว่าราคาขายเงินสดแก่ลูกค้าทั่วไป และหากมีการให้บริการพิเศษใดๆ เช่น การให้ส่วนลดหรือของแถมแก่ลูกค้าทั่วๆ ไป ร้านค้าตกลงจะให้บริการพิเศษนั้นแก่ผู้ชำระเงินด้วยเช่นกัน
- 1.7 ร้านค้าตกลงจะแสดงเครื่องหมายการค้า Thai QR Standard ตามมาตรฐานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และ/หรือเครื่องหมายสัญลักษณ์การรับชำระเงินด้วยเครื่องมือการชำระเงิน รวมถึงข้อความตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการจัดไว้ให้ ในเว็บไซต์/ Mobile Application ในที่ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเพื่อให้บุคคลทั่วไปได้ทราบว่าร้านค้ายอมรับเครื่องมือการชำระเงินตลอดระยะเวลาที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ หรือจนกว่าผู้ให้บริการจะแจ้งยกเลิกการใช้เครื่องหมายสัญลักษณ์ดังกล่าว
- 1.8 ร้านค้าตกลงรับทราบว่า เครื่องหมายการค้า Thai QR Standard เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของธนาคารแห่งประเทศไทย และเครื่องหมายการค้าของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ร้านค้าตกลงใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้เท่านั้น และการใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมจากผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินรายนั้น ผ่านทางผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้ ร้านค้าตกลงป้องกันไม่ให้มีและไม่กระทำการใดๆ อันอาจทำให้มีการละเมิดเครื่องหมายการค้าตลอดจนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน อนึ่ง “เครื่องหมายการค้า” หมายถึง เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ และเครื่องหมายร่วมที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินเป็นเจ้าของ ทั้งที่ได้จดทะเบียนแล้วและที่ยังมิได้จดทะเบียน รวมทั้งเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินได้รับอนุญาตให้ใช้ ตลอดจนชื่อทางการค้า สัญลักษณ์ รูปภาพ ข้อความ หรือสื่อความหมายอื่นใดที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินใช้หรือมีเจตนาที่จะใช้ในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของผู้ให้บริการเพื่อเป็นการแสดงให้บุคคลทั่วไปเห็นและเข้าใจว่าการให้บริการที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากการให้บริการที่ใช้เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ทั้งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินได้ใช้อยู่ในปัจจุบันและที่จะใช้ในอนาคต
- 1.9 ร้านค้าจะต้องไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำและไม่คิดค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินด้วยเครื่องมือการชำระเงินจากผู้ชำระเงินที่มาซื้อสินค้า/บริการเป็นอันขาด
- 1.10 ร้านค้าจะต้องยอมรับชำระค่าสินค้า/บริการ จากผู้ชำระเงินที่ทำการชำระเงินด้วยเครื่องมือการชำระเงินทุกชนิดตามช่องทางที่ขอใช้บริการ โดยร้านค้าไม่มีสิทธิปฏิเสธ ไม่ว่าเครื่องมือการชำระเงินนั้นจะถูกคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่ต่างกันก็ตาม เว้นแต่จะได้รับแจ้งจากผู้ให้บริการเป็นอย่างอื่น
- 1.11 ร้านค้าตกลงแจ้งข้อมูล ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อแผนกบริการลูกค้า ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์ Email Address ประเทศที่ร้านค้ามีสถานที่ตั้งอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า/บริการที่นำเสนอขาย สกุลเงิน เงื่อนไขเกี่ยวกับการสั่งซื้อและชำระเงิน นโยบายการส่งสินค้า นโยบายการยกเลิกและคืนสินค้า/บริการ การรับประกันสินค้า/บริการ รวมถึงชี้แจงรายละเอียดดังกล่าวให้ผู้ชำระเงินตกลงรับทราบในเงื่อนไขการให้บริการของผู้ใช้บริการอย่างชัดเจน บนเว็บไซต์/Mobile Application โดยการแก้ไข/เปลี่ยนแปลง/ยกเลิกเงื่อนไขและ/หรือรายละเอียดต่างๆ ของสินค้า/บริการ การชำระเงิน และการประชาสัมพันธ์ และ/หรือการจัดรายการส่งเสริมการขาย ร้านค้าจะต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่ระบุในข้อตกลงฯ ฉบับนี้ อย่างไรก็ดี หากผู้ชำระเงินทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการสำเร็จเรียบร้อยก่อนที่การแก้ไข/เปลี่ยนแปลง/ยกเลิกจะมีผลสมบูรณ์ ร้านค้ามีหน้าที่จัดส่งสินค้าไปยังผู้ชำระเงิน และ/หรือให้บริการแก่ผู้ชำระเงิน ตามเงื่อนไขและรายละเอียดเดิม โดยผู้ชำระเงินสามารถดูข้อมูลการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ และจะได้รับหลักฐานการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการสำเร็จผ่านช่องทางต่างๆ ตามที่ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินกำหนดไว้
- 1.12 ร้านค้าตกลงว่า ผู้ให้บริการ ผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน มีสิทธิตรวจสอบจำนวนเงิน/วงเงินของผู้ชำระเงินและพิจารณาอนุมัติการรับชำระเงินตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะแจ้งผลการอนุมัติให้ร้านค้าทราบภายหลังจากที่ได้รับแจ้งผลการอนุมัติแล้ว
- 1.13 ในกรณีที่มีการอนุมัติการซื้อสินค้า/บริการแล้ว ร้านค้าจะต้องจัดส่งสินค้า/ให้บริการให้กับผู้ชำระเงิน/ให้สิทธิประโยชน์ ตามคำสั่งซื้อสินค้า/บริการนั้นๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ได้ประชาสัมพันธ์และ/หรือจัดรายการส่งเสริมการขายไว้ โดยเร็ว หากร้านค้าไม่สามารถจัดส่งสินค้าไปยังผู้ชำระเงิน และ/หรือให้บริการแก่ผู้ชำระเงิน และ/หรือให้สิทธิประโยชน์ ตามเงื่อนไขที่ได้ประชาสัมพันธ์และ/หรือจัดรายการส่งเสริมการขายไว้ หรือในกรณีที่ผู้ชำระเงินมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสินค้า/บริการของร้านค้า ร้านค้าตกลงจะดำเนินการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อผู้ชำระเงินโดยตรง โดยร้านค้าขอรับรองว่าจะไม่กระทำการใดๆ อันมีผลให้ผู้ให้บริการต้องเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆในข้อพิพาทระหว่างร้านค้ากับผู้ชำระเงิน และหากร้านค้ามีข้อต่อสู้ และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับผู้ชำระเงินเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก นอกจากนี้ หากผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการร้องเรียนของผู้ชำระเงิน และ/หรือเรื่องอื่นใดอันเกิดจากการที่ร้านค้าปฏิบัติผิดข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าตกลงรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้บริการจนครบถ้วน
- 1.14 เมื่อร้านค้าได้รับชำระค่าสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินแล้ว ร้านค้าจะต้องไม่จ่ายเงินให้แก่ผู้ชำระเงินไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม เช่น เงินสด เงินโอน เป็นต้น เว้นแต่จะเป็นการยกเลิกรายการชำระค่าสินค้า/บริการ ที่ผู้ชำระเงินซื้อ/ขอใช้บริการ หรือตกลงสั่งซื้อ/ขอใช้บริการแล้ว และรายการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวยังไม่ถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “Void”) หรือการรับคืนสินค้า/ยกเลิกการใช้บริการที่ผู้ชำระเงินซื้อ/ขอใช้บริการ หรือตกลงสั่งซื้อ/ขอใช้บริการ และรายการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ แล้ว (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “Refund”) ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อตกลงฯ ฉบับนี้เท่านั้น และจะต้องไม่รับเครื่องมือการชำระเงินแทนการชำระหนี้อื่น ซึ่งไม่ได้เกิดจากการซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้า
- 1.15 ทุกครั้งที่ร้านค้าส่งสินค้าไปให้กับผู้ชำระเงิน ร้านค้าจะต้องมีใบตอบรับหรือหลักฐานใดๆ ที่ผู้รับปลายทางลงนามเป็นหลักฐานเพื่อแสดงว่าสินค้านั้นได้ส่งถึงผู้รับแล้ว
- 1.16 ร้านค้าจะต้องรับชำระค่าสินค้า/บริการ ตามประเภทธุรกิจที่ได้สมัครขอใช้บริการกับผู้ให้บริการเท่านั้น โดยห้ามร้านค้ารับชำระค่าสินค้า/บริการ นอกเหนือที่ได้ตกลงไว้กับผู้ให้บริการ
- 1.17 หากร้านค้ามีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงประเภทธุรกิจ และ/หรือสินค้า/บริการที่นำเสนอขาย และ/หรือวิธีการขาย/ให้บริการ และ/หรือวิธีการชำระเงิน และ/หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนร้านค้า และ/หรือข้อมูล และ/หรือรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการตามข้อตกลงฯ นี้ ร้านค้าตกลงแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการเปลี่ยนแปลงนั้น หรือด้วยวิธีการหรือระยะเวลาอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ให้บริการก่อนจึงจะสามารถรับชำระค่าสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินได้ ทั้งนี้ ภายใต้ข้อ 4. ของข้อตกลงทั่วไป ในกรณีที่ร้านค้ามีความประสงค์ขอเพิ่มประเภทบริการ ร้านค้าสามารถติดต่อ KGP Partner Support อีเมล partnersupport@kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนด (ซึ่งในบางกรณีร้านค้าไม่จำเป็นต้องทำความตกลงกับผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรอีกแต่อย่างใด โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการ) โดยผู้ให้บริการจะจัดส่งข้อตกลงฯ และคู่มือ (หากมี) ให้แก่ร้านค้า ไปยัง Email Address ที่ร้านค้าระบุ และ/หรือช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนด โดยร้านค้าตกลงว่า ถ้าร้านค้าได้ใช้บริการที่ขอเพิ่มดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการกำหนดแล้ว ร้านค้าตกลงให้ข้อตกลงฯ และคู่มือ (หากมี) ที่ผู้ให้บริการได้จัดส่งให้ และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงต่อไปในภายหน้า มีผลใช้บังคับกับการใช้บริการที่ขอเพิ่มดังกล่าวนั้นด้วยทุกประการ
- 1.18 กรณีที่ร้านค้าจะรับชำระค่าสินค้า/บริการเกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้ให้บริการกำหนด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “วงเงินยอดขาย”) ร้านค้าจะต้องขออนุมัติเพิ่มวงเงินยอดขายจากผู้ให้บริการก่อนตามแบบวิธีที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิปรับเพิ่ม/ลด วงเงินยอดขายดังกล่าวได้ตามที่ผู้ให้บริการพิจารณาเห็นสมควร โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบ
- 1.19 ร้านค้าเป็นผู้มีหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และ/หรือหลักฐานการชำระเงินอื่นใดที่แสดงรายละเอียดการรับชำระเงินให้แก่ผู้ชำระเงินตามที่กฎหมายกำหนด
- 1.20 ร้านค้าสามารถขอรับหลักฐานการทำรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการ และ/หรือหลักฐานการโอนเงินผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด และ/หรือติดต่อที่ KGP Partner Support อีเมล partnersupport@kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด
- 1.21 ร้านค้าจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของผู้ชำระเงิน ข้อมูลการชำระเงิน และระบบข้อมูลของผู้ให้บริการ ผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน และผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน แก่บุคคลอื่นใด และจะไม่นำไปใช้กับธุรกิจอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดได้รับความเสียหาย เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลข้อมูลของร้านค้า ไม่ว่าด้วยเหตุจงใจหรือไม่ก็ตาม ร้านค้าตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
- 1.22 ร้านค้าตกลงจัดเก็บข้อมูลการชำระค่าสินค้า/บริการ และข้อมูลการทำรายการ ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) แบบฟอร์มการสั่งซื้อ ชื่อสินค้า/บริการ ราคา ใบรับประกัน หลักฐานการรับชำระค่าสินค้า/บริการ ใบเสร็จรับเงิน ที่อยู่และรายละเอียดของผู้รับสินค้า/บริการ หลักฐานการส่ง-รับสินค้า/บริการ ทั้งในรูปแบบกายภาพและอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความปลอดภัยจากการเข้าถึง หรือการเปิดเผยสู่บุคคลใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูล เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีนับตั้งแต่วันที่มีการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ หรือวันที่ได้รับสินค้า/บริการ (แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นหลัง) รวมถึงไม่จำหน่าย ซื้อ จัดหา และเปลี่ยน หรือกระทำการใดอันเป็นการเปิดเผยข้อมูลของผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูล และเมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ร้านค้าจะต้องลบทำลายข้อมูลดังกล่าวไม่ให้สามารถอ่าน หรือนำไปใช้งานได้อีก และหากมีการละเมิดดังกล่าว ร้านค้าจะต้องทำการแจ้งผู้ให้บริการทราบในทันที ในกรณีผู้ให้บริการร้องขอ ร้านค้ามีหน้าที่จัดส่งข้อมูลการชำระค่าสินค้า/บริการ และข้อมูลการทำรายการ ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวข้างต้นให้แก่ผู้ให้บริการ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 วัน ในกรณีที่ร้านค้าไม่สามารถจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้ผู้ให้บริการได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น (หากมี)
- 1.23 ในกรณีที่มีเหตุการณ์ลักษณะหนึ่งลักษณะใดดังต่อไปนี้ ร้านค้าจะต้องติดต่อผู้ให้บริการทันทีโดยติดต่อที่ KGP Partner Support อีเมลpartnersupport @kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นใดที่ผู้ให้บริการกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนตามที่ผู้ให้บริการร้องขอและตกลงที่จะให้ความสะดวกและความร่วมมือกับผู้ให้บริการในการดำเนินการแก้ไขหรือระงับเหตุการณ์ และจะปฏิบัติต่อผู้ชำระเงินตามวิธีการที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบต่อไป ก่อนที่จะขายสินค้า/บริการให้แก่ผู้ชำระเงิน
- 1.23.1 เมื่อมีเหตุน่าสงสัยว่าผู้ชำระเงินมีพฤติกรรมทุจริต
- 1.23.2 เมื่อผู้ชำระเงินใช้เครื่องมือการชำระเงินที่ถูกอายัด แจ้งหาย ถูกเพิกถอน หรือระงับการใช้โดยผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
- 1.23.3 เมื่อมีเหตุการณ์อื่นๆ ตามที่ผู้ให้บริการจะได้แจ้งให้ทราบเป็นคราวๆ ไป
- 1.24 ร้านค้าจะต้องส่งคำขอโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระด้วยเครื่องมือการชำระเงินผ่านทางช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนดภายในเวลา Cut-off time ที่กำหนดในตาราง “Settlement” ในกรณีที่ร้านค้าไม่ได้ส่งคำขอโอนรายการเข้าบัญชีภายในระยะเวลา Cut-off time ดังกล่าว ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะไม่นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้กับร้านค้า โดยหากเป็นการรับชำระด้วยบัตร ผู้ให้บริการจะทำการส่งเรียกเก็บแทน หรือถ้าหากผู้ให้บริการยินยอมดำเนินการให้ แต่ถ้าภายหลังรายการดังกล่าวไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร ร้านค้ายินยอมคืนเงินเป็นจำนวนเท่ากับที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บได้นั้นให้กับผู้ให้บริการ พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า) ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากให้ร้านค้า จนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการครบถ้วน
- 1.25 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่งคำสั่งหักเงินให้แก่ธนาคารพาณิชย์ที่ร้านค้าได้เปิดบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก”) เพื่อให้ผู้ให้บริการสามารถทำรายการและ/หรือดำเนินการตามวิธีการแห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าว ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะนำส่งหลักฐานการหักบัญชีให้ร้านค้าทราบ
- 1.26 ร้านค้ารับทราบและตกลงว่า ในกรณีที่ผู้ให้บริการตรวจพบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทำรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่ผิดปกติ หรือไม่ถูกต้อง ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะตรวจสอบ และ/หรือขอเอกสารรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติ หรือไม่ถูกต้อง ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) เอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการธุรกรรม ข้อมูลผู้ทำธุรกรรม ข้อมูลผู้รับเงิน เอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากที่ใช้ในการรับเงิน รวมถึงเอกสารใด ๆ ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนร้านค้า และ/หรือร้านค้าย่อย (หากมี) ที่เกี่ยวข้องกับรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่ผิดปกติ หรือไม่ถูกต้องดังกล่าวเพิ่มเติม ก่อนที่ผู้ให้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ และ/หรือก่อนร้านค้าจะทำการส่งสินค้า/ให้บริการ และหากยังอยู่ในระหว่างนำเงินเข้าบัญชีจากผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะชะลอ และ/หรือระงับการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ หรือหากผู้ให้บริการได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ แล้ว ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการสามารถส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อ Hold เงินเท่ากับจำนวนเงินดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าผู้ให้บริการจะตรวจสอบรายการที่ผิดปกติหรือไม่ถูกต้องดังกล่าวแล้วเสร็จ หากผลการตรวจสอบพบว่าร้านค้ามีการทำรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่ผิดปกติ หรือไม่ถูกต้อง ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อหักเงินเท่ากับจำนวนเงินดังกล่าวคืนทันที
- 1.27 ร้านค้าตกลงว่า ผู้ให้บริการและร้านค้าจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง คู่มือ คำขอความร่วมมือ และหลักเกณฑ์ใดๆ ของผู้ให้บริการ บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และหน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแลผู้ให้บริการ บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน และผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ศาล และหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจ (แล้วแต่กรณี) ทั้งที่มีอยู่ในขณะนี้และจะมีในภายหน้า (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง”) หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ร้านค้าตกลงว่า ร้านค้าจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่เปลี่ยนแปลงนั้นทันทีตามที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบ หากร้านค้าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการถูกเรียกค่าปรับ ค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่าย ร้านค้าตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าว ให้แก่ผู้ให้บริการโดยพลัน
- 1.28 ร้านค้าต้องไม่กระทำการใดๆ เพื่อเป็นการเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การรับชำระเงิน โดยไม่ได้มีการซื้อขายและ/หรือให้บริการจริง การฟอกเงิน การทุจริต หรือแบ่งการรับชำระเงินเพื่อให้จำนวนเงินที่ซื้อสินค้า/ใช้บริการไม่เกินกว่าจำนวนเงินตามที่กฎหมายกำหนด
- 1.29 ร้านค้าตกลงไม่ประกอบธุรกิจ และไม่จำหน่ายสินค้า/บริการที่ผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือขัดต่อระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ผู้ให้บริการ บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน หรืออาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้ให้บริการ (“ร้านค้าประเภทต้องห้าม”) รวมถึงร้านค้าตกลงกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณาอนุมัติรับร้านค้ารายย่อยของตน (หากมี) ให้ไม่สามารถประกอบธุรกิจร้านค้าประเภทต้องห้ามตามที่ผู้ให้บริการกำหนดได้ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง)
- - สินค้าที่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย เช่น ติดภาระจำนำ จำนอง เช่าซื้อ
- - จัดหาคู่
- - สินค้าที่เกี่ยวกับภาพลามก อนาจาร
- - คาสิโน/การพนัน
- - ธุรกิจที่หารายได้จากการระดมทุน (Time Sharing Business)
- - บุหรี่ ยาสูบ ยาเส้น สารเสพติดทุกชนิด
- - อาวุธ ส่วนประกอบของอาวุธ หรืออาวุธยุทธภัณฑ์ยุทโธปกรณ์
- - สินค้าอบายมุข หรือสื่อลามก อนาจาร
- - ขายยาตามใบสั่งแพทย์หรือเครื่องมือแพทย์ทุกประเภท
- - สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์/สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
- - โอนและรับโอนมูลค่าเงินทั้งภายในและข้ามประเทศ
- - การขายช่อดอกกัญชาหรืออุปกรณ์ในการสูบเพื่อนันทนาการ
- - สถานบริการ/สถานเริงรมย์ (การค้าประเวณี)
- - ร้านค้าที่มีลักษณะเป็น Merchant Aggregator หรือ การที่ร้านค้าเชื่อมต่อระบบ payment gateway ของผู้ให้บริการ กับร้านค้าย่อย (Sub Merchant) หรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ได้ผ่านการลงทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการ หรือไม่ได้รับอนุมัติจากผู้ให้บริการ
- - ในกรณีที่ผู้ให้บริการพบว่าร้านค้า และ/หรือร้านค้าย่อยของร้านค้า มีการประกอบธุรกิจประเภทร้านค้าต้องห้าม หรือมีความเสี่ยงต่อภัยทุจริต ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการรับสมัครร้านค้า และ/หรือปฎิเสธการให้บริการร้านค้าย่อยของร้านค้าที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจร้านค้าประเภทต้องห้าม หรือมีความเสี่ยงต่อภัยทุจริต รวมถึงพิจารณาปฏิเสธการให้บริการไม่ว่าทั้งหมด หรือเพียงบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าประเภทต้องห้าม หรือร้านค้าที่มีความเสี่ยงต่อภัยทุจริต
- 1.30 หากผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ร้านค้ายินยอมคืนเงินเป็นจำนวนเท่ากับที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บได้นั้นให้กับผู้ให้บริการพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า) ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเข้าบัญชีเงินฝากให้ร้านค้า จนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการครบถ้วน
- 1.31 กรณีที่ร้านค้าจะต้องคืนเงิน และ/หรือชดใช้ และ/หรือชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้บริการตามใบสมัครฯ และข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้ายินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อหักเงินจากบัญชีเงินฝากประเภทใดๆ ที่ร้านค้ามีอยู่กับธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก หรือเงินซึ่งอยู่ในครอบครองดูแลและ/หรือในอำนาจสั่งการของธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก ไม่ว่าธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากจะได้รับฝากเงิน ได้การครอบครองดูแล และ/หรือได้อำนาจสั่งการนี้มาโดยทางใด เพื่อเข้าชำระหนี้และ/หรือความรับผิดชอบของร้านค้าได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าว ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะนำส่งหลักฐานการหักบัญชีให้ร้านค้าทราบ ในกรณีที่เงินในบัญชีเงินฝาก และ/หรือเงินดังกล่าว ไม่เพียงพอให้หักชำระหนี้ ร้านค้าตกลงชำระหนี้ที่ค้างชำระให้แก่ผู้ให้บริการจนครบถ้วน
- 1.32 ในกรณีที่ร้านค้าแจ้งการเปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ไม่ว่าเมื่อใดและด้วยเหตุประการใดก็ตาม ให้ความในข้อตกลงฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้สำหรับบัญชีเงินฝากที่ได้เปลี่ยนแปลงทุกประการ
- 1.33 ในกรณีที่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากไม่สามารถหักเงินจากบัญชีเงินฝากของร้านค้าตามคำสั่งของผู้ให้บริการเพื่อทำรายการ และ/หรือดำเนินการตามวิธีการแห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือเพื่อชำระหนี้ และ/หรือความรับผิดชอบของร้านค้า ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้ ร้านค้าจะไม่สามารถใช้บริการในครั้งนั้นๆ ได้
- 1.34 ร้านค้ายอมรับว่า กรณีเกิดรายการชำระค่าสินค้า/บริการหรือรายการโอนเงินผ่านการให้บริการต่างๆ ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ อันมีสาเหตุเครื่องมือโอนเงินสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ร้านค้ายอมรับผิดตามจำนวนเงินที่ชำระ/โอนนั้น ที่เกิดก่อนผู้ให้บริการจะดำเนินการอายัดหรือระงับการใช้เครื่องมือโอนเงิน หรือดำเนินการอายัดหรือระงับการชำระค่าสินค้า/บริการหรือการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้า แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ได้กำหนด
- 1.35 ร้านค้ารับรองว่า บรรดาเอกสาร ข้อมูล รายละเอียดใดๆ ที่ปรากฏ และ/หรือ ที่ได้มีการจัดส่งมาให้ผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะส่งมาในรูปแบบใดและไม่ว่าจะส่งด้วยตัวร้านค้าเองหรือบุคคลที่ร้านค้ามอบหมาย เป็นข้อมูลของร้านค้าที่มีความครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง และเป็นปัจจุบัน และเป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการสามารถนำมาใช้ในการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และนำมาปรับปรุงข้อมูลในระบบของผู้ให้บริการให้เป็นปัจจุบันได้ โดยร้านค้ามีสิทธิและมีความสามารถตามกฎหมายในการขอใช้บริการ และการทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหายใดๆ เนื่องจากเอกสาร ข้อมูล หรือรายละเอียดดังกล่าวไม่ครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง และเป็นปัจจุบัน หรือร้านค้าไม่มีสิทธิหรือไม่มีความสามารถตามกฎหมายในการขอใช้บริการ และการทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
- 1.36 เว้นแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ร้านค้าพบข้อผิดพลาดใดๆ จากการดำเนินการ หรือในกรณีที่มีเหตุที่ต้องระงับการดำเนินการภายใต้การให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นการชั่วคราว ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือในกรณีการยกเลิกการระงับการดำเนินการดังกล่าว ร้านค้าสามารถติดต่อผู้ให้บริการได้ที่ KGP Partner Support อีเมล partnersupport@kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นที่ผู้ให้บริการกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่อง วัน เวลา ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวนเงิน ลักษณะธุรกรรม ข้อมูลอื่นใดตามที่ผู้ให้บริการร้องขอ เมื่อร้านค้าดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการที่ผู้ให้บริการกำหนดครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ผู้ให้บริการจะดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตรวจสอบ/แก้ไขข้อผิดพลาด ระงับการดำเนินการ ยกเลิกการระงับการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ผู้ให้บริการได้แจ้งแก่ร้านค้านั้น โดยร้านค้ายังคงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ และรายการธุรกรรมที่ได้เกิดขึ้นก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้ให้บริการจะมีการระงับการดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการเพิกเฉยต่อคำร้องขอใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- 1.37 ในกรณีที่มีความผิดพลาดในการโอนเงินเข้า และ/หรือการส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นจากผู้ให้บริการ ร้านค้าตกลงจะตรวจสอบและเรียกร้องหรือคืนเงินดังกล่าวให้กับคู่พิพาทของร้านค้าโดยตรง หากร้านค้ามีข้อต่อสู้ และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับคู่พิพาทของร้านค้า
- 1.38 ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นใดอันทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้ ร้านค้าตกลงให้ผู้ให้บริการพิจารณาให้บริการ หรือดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพื่อให้การให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้ โดยร้านค้าตกลงยินยอมที่จะให้ความร่วมมือแก่ผู้ให้บริการอย่างเต็มที่และทุกวิถีทางในการปรับปรุงวิธีการให้บริการของผู้ให้บริการเพื่อความสะดวกของร้านค้าในการใช้บริการต่างๆ ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้
- 1.39 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ตัวแทนของผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ตรวจสอบ และ/หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแล เข้าทำการตรวจสอบการดำเนินงาน ระบบการควบคุมภายในต่างๆ ของร้านค้า รวมทั้งการเรียกดูข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการใช้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ตามที่มีการร้องขอ
- 1.40 ร้านค้าตกลงว่า ผู้ให้บริการสามารถรวบรวม ประมวลผล และจัดเก็บข้อมูล รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลที่อยู่ในใบสมัครฯ หรือได้รับจากลูกค้าของร้านค้า ผู้ชำระเงิน หรือบุคคลใด ๆ ผ่านเว็บไซต์/Mobile Application ของร้านค้า ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงหรือโดยอ้อมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และสามารถใช้ระบุตัวตนบุคคลดังกล่าวได้ เช่น ชื่อ ที่อยู่อีเมล ข้อมูลบัญชีธนาคาร หรือข้อมูลทางการเงินอื่น ๆ (“ข้อมูลส่วนบุคคล”) ของร้านค้าหรือผู้ชำระเงิน หรือ (แล้วแต่กรณี) กรรมการ ผู้ถือหุ้น ตัวแทน หรือลูกค้าของร้านค้าหรือผู้ชำระเงิน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องอื่น โดยผู้ให้บริการจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล) ตลอดระยะเวลาของข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และในระยะเวลาที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอนุญาต ร้านค้ารับทราบและยินยอม (รวมถึงจะจัดให้ลูกค้าของตน ผู้ชำระเงิน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องใด ๆ รับทราบและยินยอม) ว่าข้อมูลใด ๆ ของตน (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล) ที่ให้แก่ผู้ให้บริการอาจถูกเปิดเผยหรือประมวลผลโดยบุคคลภายนอกได้ทั้งในไทยและต่างประเทศ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ผู้ให้บริการพิสูจน์และยืนยันตัวตน ผู้ให้บริการคลาวด์ และ/หรือผู้ให้บริการงานสนับสนุนการให้บริการ เช่น งานเทคโนโลยีสารสนเทศ งานติดต่อสื่อสาร งานจัดการข้อร้องเรียน) ตามที่จำเป็นเพื่อให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของตน (ตามที่ใช้บังคับ) ตามที่ปรากฏในเว็บไซต์ของบริษัท www.kasikornglobalpayment.com/th/privacy-policy และร้านค้าตกลงที่จะปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ชำระเงิน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องใด ๆ ของตน
- 1.41 ร้านค้าตกลงรับทราบว่าร้านค้าสามารถเข้าร่วมหรือยกเลิกการเข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายจากผู้ให้บริการได้ทุกเมื่อตามขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนด ภายใต้เงื่อนไขของรายการส่งเสริมการขายของผู้ให้บริการ และ/หรือพันธมิตรที่ร่วมโครงการ (แล้วแต่กรณี)
- 1.42 ร้านค้าตกลงว่า ถ้าร้านค้าย้ายสถานที่ทำการ หรือเปลี่ยนแปลงชื่อประกอบกิจการหรือเลิกกิจการ ร้านค้าจะแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบทันที และในกรณีที่ร้านค้าได้ขยายสาขาของร้านค้าออกไปอีก และประสงค์จะขอให้เพิ่มสาขาของร้านค้าให้เป็นสถานที่รับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงิน ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบ และได้รับอนุมัติจากผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
- 1.43 ภายใต้ข้อ 4. ของข้อตกลงทั่วไป ในกรณีที่ (1) ผู้ให้บริการได้ออกหรือร่วมออก บริการและ/หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือช่องทางรับชำระเงินอื่นๆ อีก และ/หรือ (2) ผู้ให้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงินอื่น ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร ภายหลังจากที่ทำข้อตกลงฯ ฉบับนี้แล้ว และ/หรือ (3) ผู้ให้บริการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือช่องทางรับชำระเงิน และ/หรือคู่มือต่างๆ (หากมี) ที่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ร้านค้าเสียประโยชน์ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบพร้อมด้วยข้อกำหนดและเงื่อนไข และคู่มือ (หากมี) ที่เปลี่ยนแปลงนั้น ถ้าร้านค้าได้ใช้บริการ และ/หรือได้ยอมรับการดำเนินการตามโครงการ และ/หรือยอมรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือใช้ช่องทางรับชำระเงินดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการกำหนดแล้ว ร้านค้าตกลงให้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงต่อไปในภายหน้า รวมทั้งข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ และ/หรือเงื่อนไขของโครงการ และ/หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับเครื่องมือการชำระเงิน และ/ช่องทางรับชำระเงิน และคู่มือการรับเครื่องมือการชำระเงินและ/หรือช่องทางรับชำระเงินนั้นๆ (หากมี) มีผลใช้บังคับกับบริการ และ/หรือโครงการ และ/หรือเครื่องมือการชำระเงินและ/หรือการใช้ช่องทางรับชำระเงินดังกล่าวนั้นด้วยทุกประการ โดยร้านค้าไม่จำเป็นต้องทำความตกลงกับผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรอีกแต่อย่างใด
- 1.44 ร้านค้าตกลงยินยอมว่า ผู้ให้บริการมีสิทธิโอนสิทธิ และ/หรือประโยชน์ และ/หรือหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนที่มีอยู่ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้แก่บุคคล และ/หรือสถาบันการเงินใดๆ ก็ได้ตามที่ผู้ให้บริการพิจารณาเห็นสมควร โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากร้านค้าแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่จะมีการแจ้งให้ร้านค้าทราบ ทั้งนี้ร้านค้าจะโอนสิทธิ และ/หรือประโยชน์ และ/หรือหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนที่มีอยู่ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้แก่บุคคล และ/หรือสถาบันการเงินใดๆ ไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
- 1.45 การล่าช้า หรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้บริการตามกฎหมายหรือตามเงื่อนไขต่างๆ ตลอดจนคู่มือ ระเบียบ และบันทึกเสียงของผู้ให้บริการในระบบโทรศัพท์ ไม่ถือว่าผู้ให้บริการสละสิทธิ หรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ร้านค้าแต่ประการใด
- 1.46 เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ให้บริการ ร้านค้าจะต้องให้ความสะดวกและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบรายละเอียดการชำระเงิน รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรายการธุรกรรมการชำระเงิน ข้อมูลผู้ทำธุรกรรม ข้อมูลผู้รับเงิน ข้อมูลสินค้า/บริการที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม เอกสารที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝาก และ/หรือกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการรับเงิน (หากมี) รวมถึงเอกสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินซึ่งร้านค้าใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ซึ่งผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ให้บริการจำเป็นต้องร้องขอจากร้านค้าเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง และหากมีข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติมให้ผู้ชำระเงินติดต่อผู้ให้บริการที่ KGP Partner Support อีเมล partnersupport@kasikornglobalpayment.com หรือ KGP Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นที่ผู้ให้บริการกำหนด
- 1.47 บรรดาหนังสือ จดหมาย คำบอกกล่าว ข้อกำหนดและเงื่อนไข ใบกำกับภาษี ข้อมูลรายการรับชำระเงิน ข้อมูลใดๆ ที่ผู้ให้บริการได้ส่งให้ร้านค้า ไม่ว่าจะโดยส่งเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่ระบุในใบสมัครฯ หรือส่งเป็น Email ไปยัง Email Address ที่ระบุในใบสมัครฯ หรือส่ง Short Message Service (SMS) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ระบุในใบสมัครฯ หรือผ่านบริการ/ช่องทางตามที่ร้านค้าตกลงไว้กับผู้ให้บริการ (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกที่อยู่ Email Address หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการ/ช่องทางดังกล่าวว่า “ช่องทางรับข้อมูล”) ให้ถือว่าได้ส่งให้แก่ร้านค้าโดยชอบแล้ว ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ และแม้ว่าส่งให้ไม่ได้เพราะช่องทางรับข้อมูลถูกย้ายหรือถูกเปลี่ยนแปลงไปหรือถูกรื้อถอน โดยร้านค้าไม่ได้แจ้งการย้าย การเปลี่ยนแปลง หรือการรื้อถอนนั้นให้ผู้ให้บริการทราบก็ดี หรือส่งให้ไม่ได้เพราะหาช่องทางรับข้อมูลไม่พบก็ดี ให้ถือว่าร้านค้าได้รับและทราบหนังสือ จดหมาย คำบอกกล่าว หรือข้อมูลดังกล่าวแล้วโดยชอบ ทั้งนี้ หากมีการย้าย การเปลี่ยนแปลง หรือการรื้อถอนช่องทางรับข้อมูล ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทันที ผ่าน KGP Partner Support อีเมล partnersupport @kasikornglobalpayment.com หรือตามช่องทางและวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนดโดยแจ้งให้ร้านค้าทราบต่อไป
- 1.48 ในกรณีที่ข้อตกลงเฉพาะ ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ ให้ใช้บังคับตามข้อตกลงทั่วไป ในกรณีที่ข้อตกลงเฉพาะดังกล่าวระบุรายละเอียดในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ หรือขัดหรือแย้งกับ หรือไม่ตรงกับข้อตกลงทั่วไป ให้ใช้บังคับตามข้อตกลงเฉพาะ แต่หากมีความไม่ชัดเจนระหว่างข้อตกลงทั่วไปกับข้อตกลงเฉพาะ ร้านค้าตกลงยินยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ให้บริการทุกประการ
- 1.49 ถ้าในเวลาใดก็ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ กลายเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ให้ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหลือ (แล้วแต่กรณี) ยังคงชอบด้วยกฎหมาย สมบูรณ์ และใช้บังคับได้ตามกฎหมาย และไม่เสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวนั้น
- 1.50 ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย และให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้
- 1.51 ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสมัครฯ ด้วย
ข้อ 2. ค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร
- 2.1 ร้านค้าตกลงชำระค่าตอบแทนการใช้บริการไม่ว่าจะเรียกว่าค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ หรือชื่ออื่นใด ให้แก่ผู้ให้บริการภายในกำหนดเวลาชำระค่าตอบแทนนั้นๆ ในกรณีที่ร้านค้าผิดนัดชำระ ร้านค้าตกลงชำระค่าตอบแทนให้กับผู้ให้บริการพร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 (ห้า) ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ร้านค้ามีหน้าที่ต้องชำระค่าตอบแทนนั้นให้แก่ผู้ให้บริการ จนกว่าจะได้ชำระค่าตอบแทนนั้นให้แก่ผู้ให้บริการเสร็จสิ้น
- 2.2 ร้านค้าตกลงรับผิดชอบค่าฤชาธรรมเนียม ภาษีอากร และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ (หากมี) แต่เพียงฝ่ายเดียว หากผู้ให้บริการจำต้องทดรองจ่ายค่าฤชาธรรมเนียม ภาษี อากร และ/หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามวรรคก่อนแทนร้านค้าไปก่อน หรือหากร้านค้าจะต้องชำระค่าปรับอุปกรณ์รับชำระเงินให้แก่ผู้ให้บริการ ร้านค้าตกลงชำระคืนให้แก่ผู้ให้บริการโดยพลัน
- 2.3 ร้านค้าตกลงรับทราบว่า ในการชำระค่าตอบแทนการใช้บริการ ผู้ให้บริการจะส่งใบเสร็จรับเงินใบกำกับภาษี และ/หรือใบรับ (หากมี) ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทาง Email Address ของผู้ติดต่อหลักที่ระบุในใบสมัครฯ และ/หรือส่งในรูปแบบอื่นผ่านช่องทางอื่นตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
ข้อ 3. การหักภาษี ณ ที่จ่าย
- ในกรณีร้านค้าจดทะเบียนประกอบธุรกิจเป็นนิติบุคคลในการชำระค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บ ร้านค้าตกลงมอบอำนาจให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่าย ของค่าธรรมเนียมแทนร้านค้า ตั้งแต่รายการรับชำระเงินรายการแรกที่ร้านค้านำมาเรียกเก็บกับผู้ให้บริการ รวมทั้งให้ผู้ให้บริการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และลงลายมือชื่อในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย พร้อมทั้งยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายแทนร้านค้าด้วย
- หากต่อไปในภายหน้า ร้านค้าได้ขยายกิจการเปิดสาขาหลายแห่งภายใต้เจ้าของผู้ประกอบการเดียวกัน ซึ่งร้านค้าได้แจ้งให้ผู้ให้บริการทราบ และผู้ให้บริการได้ออกรหัสร้านค้าแยกหมายเลขเป็นแห่งๆ ให้กับร้านค้า ร้านค้าตกลงให้การมอบอำนาจให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่กล่าวข้างต้นมีผลบังคับใช้เป็นหนังสือยินยอมให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ดำเนินการหักภาษี ณ ที่จ่ายแทน สาขาต่างๆ ของร้านค้านั้นด้วย โดยร้านค้าไม่จำเป็นต้องทำเอกสารและ/หรือหลักฐานใดๆ ให้กับผู้ให้บริการอีกทั้งสิ้น
- ในกรณีที่ร้านค้าแจ้งขอยกเลิกการเป็นร้านค้ากับผู้ให้บริการ หรือผู้ให้บริการแจ้งขอยกเลิกการเป็นร้านค้า ไม่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะขอยกเลิกและไม่ว่ากรณีใดก็ตาม ให้ถือว่าเป็นการยกเลิกความยินยอมของร้านค้าที่ให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแทนร้านค้าด้วย
ข้อ 4. การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการ
- 4.1 หากเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ส่งผลให้ร้านค้าเกิดภาระหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลเมื่อร้านค้าให้ความยินยอม
- 4.2 หากเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร โดยหากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการใช้บริการของร้านค้า (เช่น การปรับค่าธรรมเนียมการใช้บริการที่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงช่องทางในการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงวันครบกำหนดชำระหนี้) ผู้ให้บริการจะสื่อสารหรือแจ้งข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนให้ร้านค้าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือระยะเวลาอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
- 4.3 หากมีกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขไว้เป็นการเฉพาะเป็นอย่างอื่น ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวได้
- 4.4 ไม่ว่าข้อกำหนดหรือเงื่อนไขใดในข้อตกลงฯ ฉบับนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ให้บริการตรวจพบหรือเชื่อได้ว่าการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ของร้านค้า และ/หรือร้านค้าย่อย (ตามแต่กรณี) อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเงินต่อผู้ให้บริการ และ/หรือมีการใช้บริการที่ผิดปกติ ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ทันที ไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน เช่น การปรับลดวงเงินยอดขายที่ได้รับอนุมัติ หรือระงับการอนุมัติการเพิ่มวงเงินยอดขาย ตามแต่กรณี
ข้อ 5. การระงับ/ยกเลิกการให้บริการ/ผลการสิ้นสุดการให้บริการ
- 5.1 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับ และ/หรือยกเลิกการให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเฉพาะแต่ร้านค้าย่อยรายใดรายหนึ่ง หรือเมื่อใดก็ได้ โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ร้านค้าตกลงยินยอมให้เป็นดุลยพินิจของผู้ให้บริการในการพิจารณาระงับ และ/หรือยกเลิกการให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันทีตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการดำเนินการตามข้อนี้ (หากมี)
- 5.1.1 ข้อมูล รายละเอียด คำรับรอง หรือคำยืนยันใดๆ ที่ร้านค้าให้ไว้ ไม่เป็นความจริง ไม่ถูกต้อง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
- 5.1.2 ในกรณีที่ร้านค้ามียอดรับชำระค่าสินค้า/บริการรายเดือนเท่ากับวงเงินยอดขายแล้ว และ/หรือมีรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการผิดปกติ
- 5.1.3 หากปรากฏข้อเท็จจริงที่ผู้ให้บริการเชื่อได้ว่า ข้อมูล และ/หรือรายละเอียดต่างๆ ที่ร้านค้าแจ้งแก่ผู้ให้บริการให้ดำเนินการ หรือการให้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการ อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ไม่เป็นคุณเกิดขึ้น หรืออาจกระทบต่อสิทธิของผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่น หรือมีความเสี่ยงว่าร้านค้าอาจมีวัตถุประสงค์อันมิชอบตามกฎหมาย หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจทำให้ผู้ให้บริการปฏิบัติผิดกฎหมาย และ/หรือกฎข้อบังคับ และ/หรือคำสั่งใดๆ และ/หรือคำขอความร่วมมือใดๆ และกฎหรือคำสั่งใดๆ ของผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ตรวจสอบ และ/หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแล
- 5.1.4 ผู้ให้บริการเชื่อได้ว่าเครื่องมือการโอนเงินของร้านค้าถูกเปิดเผยแก่ผู้อื่น หรือผู้อื่นได้ล่วงรู้ หรือสามารถเข้าถึง หรือสามารถใช้งานได้
- 5.1.5 หากปรากฎข้อเท็จจริงว่าร้านค้า รวมถึงกรรมการ ผู้รับมอบอำนาจ และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงของร้านค้าเป็นบุคคลที่ถูกกำหนด (UN/Thailand Sanction List)
- 5.1.6 หากปรากฎข้อเท็จจริงที่ผู้ให้บริการเชื่อได้ว่าร้านค้า และ/หรือร้านค้าย่อย (หากมี) มีการปลอมแปลงข้อมูลเอกสาร และ/หรือสวมรอยเป็นบุคคลใด โดยไม่คำนึงว่าบุคคลนั้นจะยินยอมในการสมัครใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้หรือไม่ หรือร้านค้า และ/หรือร้านค้าย่อย (ตามแต่กรณี) จะมีเจตนาทุจริตหรือไม่
- 5.1.7 กรณีที่ผู้ให้บริการตรวจพบหรือเชื่อได้ว่าการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ของร้านค้า และ/หรือร้านค้าย่อย (ตามแต่กรณี) อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางกฎหมายต่อผู้ให้บริการ และ/หรือมีการใช้บริการที่ผิดปกติ
- 5.1.8 ร้านค้าปฏิบัติผิดข้อตกลงฯ ฉบับนี้ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ซึ่งรวมถึงการไม่ชำระค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร (หากมี) ที่เกิดขึ้นด้วย
- 5.1.9 ร้านค้ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นอันทำให้ผู้ให้บริการเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการหรือความสามารถในการชำระหนี้ของร้านค้า เช่น มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ หรือร้านค้าผิดนัดชำระหนี้กับผู้ให้บริการ หรือเจ้าหนี้รายอื่น หรือร้านค้าถูกฟ้องร้องในคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย หรือมีการดำเนินการเพื่อขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลตามกฎหมายล้มละลาย หรือถูกดำเนินคดีอาญา หรือเป็นบุคคลที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์สิน หรือเสียชีวิต (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือร้านค้าเลิกกิจการ ถูกเพิกถอนทะเบียน หรือถูกระงับไม่ให้ดำเนินธุรกิจ หรือมีการชำระบัญชี
- 5.1.10 ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากไม่สามารถหักเงินตามคำสั่งของผู้ให้บริการ เพื่อคืนเงินและ/หรือชดใช้และ/หรือชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้บริการ และ/หรือเพื่อให้ผู้ให้บริการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้
- 5.1.11 ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งและ/หรือการขอความร่วมมือของศาล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่กำกับดูแล
- 5.2 หากร้านค้าประสงค์จะยกเลิกการใช้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร ไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่าน KGP Contact Center 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมงหรือช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนด และดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการของผู้ให้บริการ โดยร้านค้าจะต้องส่งคำขอโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่คงเหลือทั้งหมด (หากมี) เพื่อให้ผู้ให้บริการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะดำเนินการยกเลิกการใช้บริการ ตามความประสงค์ของร้านค้าโดยเร็ว โดยการยกเลิกจะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้ให้บริการแจ้งให้ร้านค้าทราบ
- 5.3 กรณีที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ไม่เป็นการยกเลิกภาระหน้าที่ใดๆ ซึ่งร้านค้ายังปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามข้อผูกพันแห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ จนกว่าร้านค้าจะปฏิบัติภาระหน้าที่ดังกล่าว จนครบถ้วนแล้ว
- 5.4 กรณีร้านค้าสิ้นสภาพการเป็นร้านค้ากับผู้ให้บริการ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะแจ้งให้ผู้ออกบัตร และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ทราบได้ทุกประการ
ข้อตกลงเฉพาะ
ข้อตกลงเกี่ยวกับการรับชำระด้วยบัตร
- 1. ร้านค้าตกลงจะรับบัตร ซึ่งมีลักษณะตามที่ผู้ให้บริการได้แจ้งให้ร้านค้าทราบเป็นคราว ๆ ที่ยังไม่หมดอายุทุกใบ โดยร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยบัตร ตามเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการกำหนด โดยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- 1. ในการชำระค่าสินค้า/บริการ ร้านค้าจะต้องจัดให้ผู้ชำระเงินทำการกรอกหรือยืนยันข้อมูลบัตรด้วยตนเองบนเว็บไซต์/Mobile Application หรือ
- 2. ร้านค้าสร้าง link กำหนดรายละเอียดการชำระค่าสินค้า/บริการ โดยการกรอกข้อมูลต่างๆ และดำเนินการต่างๆ ตามรายละเอียดขั้นตอนและเงื่อนไข ที่ผู้ให้บริการกำหนดผ่าน Merchant Portal/ API ตามรูปแบบและวิธีที่ผู้ให้บริการกำหนด และร้านค้านำส่ง link ดังกล่าวให้แก่ผู้ชำระเงิน ตามช่องทางที่ร้านค้า ตกลงกับผู้ชำระเงิน โดยผู้ชำระเงินจะต้องกรอกและยืนยันข้อมูลบัตรใน link ดังกล่าวเพื่อทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ
- 2. กรณีที่ร้านค้ากำหนดการชำระค่าสินค้า /บริการเป็นอัตราสกุลเงินต่างประเทศ เมื่อร้านค้าส่งคำขอโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการให้แก่ผู้ให้บริการ ร้านค้าตกลงให้ผู้ให้บริการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ เป็นสกุลเงินบาท ด้วยยอดสุทธิหลังจากหักค่าธรรมเนียม และภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ บมจ.ธนาคารกสิกรไทย กำหนดล่าสุดในวันที่โอนเงินเข้าบัญชี โดยใช้อัตรา "EXPORT SIGHT BILL ของ BUYING RATE" หักด้วยอัตราส่วนลดการนำเซลล์สลิปบัตรสกุลต่างประเทศเข้าบัญชีที่ผู้ให้บริการกำหนดไว้ คูณกับจำนวนเงินสกุลต่างประเทศตามเซลล์สลิปที่ร้านค้านำเข้าบัญชีดังกล่าว
- 3. ร้านค้าจะต้องส่งคำขอโอนยอดเงินการรับบัตรของผู้ชำระเงินที่สั่งซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าทั้งหมด ส่งมาขออนุมัติวงเงิน และสรุปยอดขายเพื่อเรียกเก็บเงินกับผู้ให้บริการ โดยใช้เครื่องมือโอนเงินของร้านค้า ภายหลังจากที่ร้านค้าได้ดำเนินการส่งสินค้า หรือให้บริการกับผู้ชำระเงินเรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่เกิน 5 (ห้า) วัน นับจากวันแรกที่ร้านค้าได้รับการสั่งซื้อสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงิน และได้ขออนุมัติวงเงินกับผู้ให้บริการ ในกรณีที่ร้านค้าไม่สามารถที่จะส่งสินค้า หรือให้บริการตามคำสั่งซื้อของผู้ชำระเงินได้ ไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม ร้านค้าจะต้องทำการยกเลิกรายการผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ของร้านค้า ตามโปรแกรมที่ผู้ให้บริการกำหนด และจะต้องไม่เกิน 5 (ห้า) วัน นับจากวันแรกที่ร้านค้าได้รับคำสั่งซื้อจากผู้ชำระเงินเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ หากร้านค้าไม่ทำการสรุปยอดขายภายใน 5 (ห้า) วันตามที่กล่าวข้างต้น การอนุมัติวงเงินของผู้ชำระเงินรายการนั้นๆ จะถูกยกเลิกโดยระบบอัตโนมัติจากผู้ให้บริการทันที ซึ่งร้านค้าจะไม่สามารถทำการส่งคำขอโอนยอดเงินรายการนั้นๆ ได้อีก โดยร้านค้าไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายใดๆ จากผู้ให้บริการทั้งสิ้น
- 4. ร้านค้าจะต้องกำหนดข้อความในเว็บไซต์/Mobile Application ให้ผู้ชำระเงินยินยอมให้เรียกเก็บเงินผ่านบัตรตามหมายเลขบัตรที่ได้แจ้งให้ไว้กับผู้ให้บริการด้วย
- 5. หากร้านค้ามีความประสงค์จะ Void ร้านค้าจะต้องดำเนินการก่อนการส่งคำขอโอนยอดเงินการรับชำระเงิน และภายในเวลา cut-off time ที่กำหนดในตาราง "Settlement" ในกรณีที่ร้านค้ายินยอมให้ผู้ชำระเงิน Refund ร้านค้าตกลงจะไม่คืนเป็นเงินสด เช็ค และ/หรือตราสารหนี้อื่นแก่ผู้ชำระเงิน แต่ร้านค้าตกลงจะทำหนังสือแจ้งคืนตามแบบฟอร์มที่กำหนด (CREDIT VOUCHER) ส่งให้แก่ผู้ให้บริการ และร้านค้ายินยอมคืนเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งผู้ให้บริการได้จ่ายเงิน และ/หรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ให้ร้านค้าแล้วนั้นให้แก่ผู้ให้บริการเพื่อคืนเข้าบัญชีของผู้ชำระเงินได้ ทั้งนี้ ร้านค้าตกลงว่า ผู้ให้บริการไม่ต้องคืนค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจากร้านค้าไว้แล้วแต่ประการใด
- 6. ในกรณีดังต่อไปนี้
- 6.1 ร้านค้ารับบัตรแล้ว ต่อมาภายหลังปรากฏว่า บัตรนั้นเป็นบัตรปลอม
- 6.2 กรณีผู้ให้บริการเห็นว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้และ/หรือความสมบูรณ์ของบัตร และ/หรือต่อมาได้ตรวจพบว่ามีการใช้บัตรโดยทุจริต
- 6.3 ผู้รับปลายทางได้รับสินค้าแต่ไม่ตรงตามกำหนดเวลา หรือผู้รับปลายทางไม่ได้รับสินค้าและร้านค้าไม่มีใบตอบรับมายืนยัน หรือผู้รับปลายทางไม่ได้รับสินค้าไม่ว่าด้วยเหตุประการใดก็ตาม
- 6.4 ร้านค้าไม่สามารถจัดหาหรือส่งสินค้า/บริการ และ/หรือสินค้า/บริการที่จัดหาหรือส่งเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ ชำรุดบกพร่อง ไม่ครบถ้วนไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ หรือไม่เป็นไปตามข้อตกลงซื้อขายสินค้าระหว่างร้านค้าและผู้ชำระเงิน อันเป็นเหตุให้ผู้ชำระเงินปฏิเสธที่จะรับสินค้า/บริการ และต้องการยกเลิกข้อตกลงซื้อสินค้า/บริการดังกล่าว
- 6.5 ผู้ชำระเงินปฏิเสธว่าผู้ชำระเงินไม่ได้ทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ
- 6.6 เหตุอื่นใดที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ หรือเหตุอื่นใดที่ผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงิน
ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการปฏิเสธการจ่ายเงินหรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ อย่างไรก็ดี หากผู้ให้บริการเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงินและจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าหรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวไปก่อนแล้ว ผู้ให้บริการจะคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงินเต็มจำนวนที่ผู้ชำระเงินถูกเรียกเก็บเงิน โดยร้านค้าตกลงจะคืนเงินเท่ากับจำนวนเงินที่ผู้ให้บริการคืนให้แก่ผู้ชำระเงินนั้นให้กับผู้ให้บริการ พร้อมทั้งยินยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 (สิบห้า) ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวจนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการเสร็จสิ้น ทั้งนี้ หากร้านค้าพิสูจน์ได้ว่า ผู้ชำระเงินเป็นผู้สั่งซื้อสินค้า หรือเป็นผู้ขอรับบริการจากร้านค้าแล้ว ร้านค้าจะใช้สิทธิเรียกคืนจากผู้ชำระเงินในภายหลัง
- 7. ในกรณีที่ผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินให้กับผู้ชำระเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงิน เป็นจำนวนเงินเท่ากับจำนวนเงินตราต่างประเทศซึ่งต้องคืนให้กับผู้ชำระเงิน โดยตกลงให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ บมจ. ธนาคารกสิกรไทย กำหนดล่าสุดในวันที่มีการคืนเงินให้กับผู้ชำระ โดยใช้อัตรา "EXPORT SIGHT BILL ของ BUYING RATE" คูณกับจำนวนเงินตราต่างประเทศที่จะต้องคืนให้กับผู้ชำระเงิน
- 8. ร้านค้าจะต้องไม่จัดเก็บข้อมูลบัตรของผู้ชำระเงิน อาทิเช่น หมายเลขบัตร วันที่หมดอายุของบัตร และรหัส CVV ของผู้ชำระเงิน ไม่ว่าในรูปแบบใดๆ และร้านค้าจะต้องระมัดระวังเก็บรักษาข้อมูลอื่นๆ ของผู้ชำระเงินจากการรับชำระสินค้า/บริการของร้านค้าไว้ในที่ปลอดภัย ซึ่งผู้ทุจริตไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทบัตรเครดิตหรือผู้ชำระเงินได้ตรวจพบว่าร้านค้าไม่ปฏิบัติตามข้อนี้และเรียกให้ผู้ให้บริการชดใช้ค่าปรับและ/หรือค่าเสียหายใดๆ ร้านค้ายินยอมรับผิดชดใช้ค่าปรับและ/หรือค่าเสียหายที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งสิ้นทุกจำนวน
- 9. ในกรณีร้านค้ามีความประสงค์เก็บข้อมูลบัตรของผู้ชำระเงิน ร้านค้าจะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการและจะต้องเข้าร่วมโครงการการเก็บรักษาข้อมูลบัตรกับบริษัทบัตรเครดิตก่อน โดยจะต้องมีรูปแบบการจัดเก็บเป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้ให้บริการและบริษัทบัตรเครดิตได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด หากร้านค้าปฏิบัติไม่ถูกต้องอันเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการถูกเรียกเก็บค่าปรับจากบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือถูกเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้อื่น ร้านค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบจำนวนเงินค่าปรับ หรือค่าเสียหายแทนผู้ให้บริการทั้งสิ้นทุกจำนวน
- 10. หากผู้ให้บริการตรวจสอบพบว่า ร้านค้า หรือเจ้าของร้านค้า รวมถึงผู้เกี่ยวข้องของร้านค้า มีการใช้บัตรตนเอง สั่งซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าของตนบ่อยครั้งจำนวนมากผิดปกติ หรือมียอดทำรายการขายที่สูงผิดปกติ และ/หรือไม่ใช่เป็นการซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าจริง โดยหวังประโยชน์เป็นอย่างอื่น ผู้ให้บริการสามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกร้านค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และในกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากรายการใช้บัตรตามที่กล่าว ร้านค้าตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้บริการทั้งสิ้นทุกจำนวน ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่ผู้ให้บริการดำเนินคดีกับร้านค้าอีกต่างหาก
- 11. ในกรณีที่มีรายการรับบัตรไม่ถูกต้อง และอยู่ในระหว่างเรียกเก็บเงินจากผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้กับร้านค้า หรือในกรณีที่ผู้ให้บริการได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้กับร้านค้าไปแล้ว ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ คืนให้กับผู้ชำระเงินหรือผู้ออกบัตรได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าว ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะนำส่งหลักฐานการหักบัญชีให้ร้านค้าทราบ ในกรณีร้านค้าได้นำส่งรายการรับบัตรที่ไม่ถูกต้องและขัดกับข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้แก่ผู้ให้บริการ และที่ผ่านมาผู้ให้บริการได้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ไม่ถือว่าผู้ให้บริการได้ตกลงยินยอมด้วยกับการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด และเมื่อผู้ให้บริการได้ตรวจพบรายการรับบัตรที่ไม่ถูกต้องดังกล่าว ผู้ให้บริการมีสิทธิแจ้งยกเลิกหรือปฏิเสธการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ หรือส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ เท่ากับจำนวนเงินดังกล่าวกลับคืนมาได้ทันที โดยร้านค้าตกลงที่จะไม่นำรายการรับบัตรที่ไม่ถูกต้องที่ผ่านมาแล้วนั้น ใช้เป็นข้ออ้างว่าผู้ให้บริการได้ตกลงยินยอมให้ร้านค้าดำเนินการดังกล่าวได้
- 12. แม้ว่าข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ร้านค้าตกลงยินยอมให้ข้อ 1.25 และข้อ 1.31 ของข้อตกลงทั่วไป มีผลใช้บังคับออกไปอีกเป็นเวลา 18 เดือน นับตั้งแต่วันที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลง หรือระยะเวลาอื่นที่น้อยกว่าตามที่ผู้ให้บริการจะพิจารณาเห็นสมควร เพื่อให้ผู้ให้บริการรอผลการเรียกเก็บเงินตามคำสั่งซื้อสินค้า/บริการ และ/หรือเอกสาร/หลักฐานอื่นใดที่ได้ทำความตกลงไว้กับผู้ให้บริการ ที่ยังเรียกเก็บเงินไม่ได้ทั้งหมดเสียก่อน และ/หรือชำระหนี้ ภาระผูกพัน ค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ร้านค้ามีหรือจะมีต่อผู้ให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้
ข้อตกลงเกี่ยวกับการรับชำระด้วยเงินโอน
- 1. ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินด้วยเงินโอน โดยผู้ชำระเงินทำคำสั่งโอนและ/หรือชำระเงินโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ชำระเงินที่มีอยู่กับผู้ให้บริการเงินโอน โดยใช้รหัสชำระเงิน
- 2. ร้านค้าแจ้งราคาสินค้า/บริการให้ผู้ชำระเงินทราบเป็นสกุลเงินบาท (THB)
- 3. ร้านค้าต้องแสดงข้อมูลและวิธีการชำระเงิน รวมถึงรหัสชำระเงิน ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด บนเว็บไซต์/Mobile Application ของร้านค้า เพื่อให้ผู้ชำระเงินสามารถดำเนินการชำระเงินได้ และร้านค้าจะส่งข้อมูลการชำระเงินของรายการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวมาที่ผู้ให้บริการ หรือร้านค้าสร้าง link กำหนดรายละเอียดการชำระค่าสินค้า/บริการ โดยการกรอกข้อมูลต่างๆ และดำเนินการตามรายละเอียดขั้นตอนและเงื่อนไข ที่ผู้ให้บริการกำหนดผ่าน Merchant Portal /API ตามรูปแบบและวิธีที่ผู้ให้บริการกำหนด และร้านค้านำส่ง link ดังกล่าวให้แก่ผู้ชำระเงิน ตามช่องทางที่ร้านค้า ตกลงกับผู้ชำระเงิน เพื่อให้ผู้ชำระเงินอ่านรหัสชำระเงินที่อยู่ใน link เพื่อทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ
- 4. ร้านค้าตกลงยอมรับว่า ผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลใดๆ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ข้อมูลการชำระเงินที่ร้านค้าเป็นผู้ให้ข้อมูล และ/หรือผู้ชำระเงินเป็นผู้ระบุ
- 5. วิธีการและรายละเอียดของการโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเงินโอน เป็นไปตามที่ระบุในตาราง "Settlement" หรือวิธีการและรายละเอียดอื่นใดตามที่ได้ผู้ให้บริการและร้านค้าได้ตกลงร่วมกัน
- 6. เมื่อผู้ชำระเงินทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการแล้ว และร้านค้าได้ส่งคำขอโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเงินโอน ตามที่ระบุในตาราง "Settlement" ผู้ให้บริการจะคำนวณยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเงินโอนทั้งหมดและจะนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ตามเงื่อนไขที่ระบุในตาราง "Settlement"
- 7. ร้านค้าตกลงว่า หากร้านค้ามีความประสงค์จะ Void หรือ Refund ร้านค้าจะต้องดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงินเองโดยตรง
ตาราง Settlement
| Settlement | เครื่องมือการชำระเงิน | |
|---|---|---|
| บัตรเครดิต/เดบิต | เงินโอน | |
| Cut-Off Time | 00:00 | |
| รอบเงินเข้าบัญชี | วันถัดไป หรือตามรอบที่ผู้ให้บริการและร้านค้าได้ตกลงร่วมกัน | |
- ร้านค้าตกลงรับทราบว่าผู้ให้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ให้กับร้านค้าเป็นยอดคงเหลือจากการหักค่าธรรมเนียม ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (หากมี) ตามรอบเงินเข้าบัญชี หรือกรณีร้านค้าส่งคำสั่งเพื่อนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากด้วยตนเอง ผู้ให้บริการจะมีการออกเอกสารใบแจ้งหนี้เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (หากมี) ตามที่รูปแบบและวิธีการที่ผู้ให้บริการและร้านค้าได้ตกลงร่วมกัน โดยผู้ให้บริการจะไม่คำนวณดอกเบี้ยบนเงินค่าสินค้า/บริการที่ยังไม่ได้ถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้า
ข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้บริการ Online Direct Debit (ODD)
- 1. ในการสมัครบริการรับชำระเงินด้วยการหักบัญชีแบบออนไลน์ (Online Direct Debit: ODD) ร้านค้าตกลงลงทะเบียน/สมัครใช้บริการตามกระบวนการของผู้ใช้บริการ และข้อตกลงของธนาคารผู้ให้บริการหักบัญชีแบบออนไลน์ที่ร้านค้าได้เลือกไว้ (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า "ธนาคารผู้ให้บริการ") เมื่อร้านค้าผู้ขอใช้บริการลงทะเบียน/สมัครใช้บริการตามกระบวนการของผู้ให้บริการเรียบร้อยแล้ว (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้ใช้บริการ") ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบผลการลงทะเบียน/สมัครใช้บริการ และกำหนดเวลาเริ่มใช้บริการได้ ผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด
- 2. ผู้ใช้บริการตกลงที่จะให้ข้อมูล ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รายชื่อลูกค้า รหัสลูกค้า และข้อมูลอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการบริการรับชำระเงินด้วยการหักบัญชีแบบออนไลน์ (Online Direct Debit : ODD) ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
- 3. ผู้ใช้บริการตกลงยอมรับว่าในการใช้บริการ Online Direct Debit (ODD) ผู้ใช้บริการมีคุณสมบัติ ดังนี้
- 1. ผู้ใช้บริการเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย โดยเป็นการจดทะเบียนในประเทศไทยหรือต่างประเทศ แต่ต้องไม่อยู่ในรายชื่อประเทศที่มีความเสี่ยงสูงตามแถลงการณ์ฉบับล่าสุดของ FATF และมีสำนักงานเป็นหลักแหล่ง ตั้งอยู่ในประเทศไทย และ/หรือต่างประเทศ และมีความน่าเชื่อถือ
- 2. ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อเชื่อมต่อระบบของผู้ใช้บริการกับระบบของธนาคาร โดยผู้ใช้บริการจะต้องพัฒนาเว็บไซต์/ Mobile Application ของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว และดำรงระบบของตนให้สามารถเชื่อมต่อกับระบบของผู้ให้บริการตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และจะจัดเตรียมบุคลากรและสิ่งจำเป็นต่างๆ ตามที่ผู้ให้บริการกำหนดเพื่อทดสอบและใช้งานจริง เช่น เจ้าหน้าที่สนับสนุน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สายโทรศัพท์ สาย Leased Line ทั้งนี้ ชื่อผู้จดทะเบียนเจ้าของเว็บไซต์ / Mobile Application (Registrant) จะต้องเป็นชื่อของผู้ใช้บริการเท่านั้น (ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเป็นนิติบุคคลจะต้องเป็นชื่อนิติบุคคล หรือ กรรมการผู้จัดการ/หุ้นส่วนผู้จัดการที่มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองนิติบุคคล)
- 3. ผู้ใช้บริการต้องไม่นำบริการนี้ไปใช้ในการผูกบัญชีกับ e-wallet หรือผลิตภัณฑ์ที่ถ่ายโอนเงินออกหรือแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย
- 4. เว็บไซต์/Mobile Application ของผู้ใช้บริการต้องมีกลไกในการช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว กรณีเกิดเหตุการณ์ความเสียหาย มีการทักท้วง/ปฏิเสธรายการ เช่น มีระบบในการคุ้มครองผู้ซื้อ โดยมีการกันวงเงินการชำระเงินไว้จนกว่ารายการจะเสร็จสมบูรณ์ และมีระบบและนโยบายรองรับการคืนเงิน (Refund) หรือปฏิเสธรายการ
- 5. ในสัญญาระหว่างกัน ผู้ใช้บริการจะต้องมีการกำหนดความรับผิดชอบ ความยินยอม กระบวนการ และข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ในการจัดการข้อร้องเรียนที่ชัดเจนในกรณีที่มีการร้องเรียนจากลูกค้า หรือหน่วยงานทางการเกิดขึ้น โดยยินยอมให้ผู้ให้บริการสามารถถือ (hold) เงินสำหรับรายการที่มีการร้องเรียน หรือมีหมายจากทางการไว้ได้เพื่อทำการตรวจสอบ รวมถึงให้ความร่วมมือในการประสานงาน และสนับสนุนในด้านข้อมูลและการจัดการตามกระบวนการ และข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ที่กำหนดร่วมกัน
- 6. ผู้ใช้บริการจะต้องมีการกำหนดแนวทางการเฝ้าสังเกต (monitor) ธุรกรรม/ร้านค้าต้องสงสัย และให้การสนับสนุนในด้านข้อมูลร่วมกับธนาคารก่อนเริ่มให้บริการ เพื่อให้ทางธนาคารสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการเฝ้าสังเกต (monitor) ธุรกรรม/ร้านค้าต้องสงสัย เช่น มีการแยก Unique reference ของรายการให้สามารถแยกได้ว่ามาจากต้นทาง/ปลายทางใด เป็นต้น
- 7. กรณีผู้ใช้บริการเป็นนิติบุคคล ผู้ใช้บริการจะต้องประกอบธุรกิจที่มีประเภทธุรกิจทั้งที่เป็นแบบ B2C (B2C: Business-to-Customer: ธุรกิจที่ขายสินค้าและ/หรือบริการะหว่างเจ้าของธุรกิจ (B) และผู้บริโภครายบุคคล(C)) และ B2B (B2B: Business-to-Business: ธุรที่ขายสินค้าและ/หรือบริการระหว่างเจ้าของธุรกิจ (B) และเจ้าของธุรกิจ (B)) และประกอบธุรกิจมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปี (หากระยะเวลาการประกอบธุรกิจไม่เป็นไปตามเกณฑ์ข้างต้น ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาอนุมัติใบสมัครฯ เป็นรายกรณี)
- 8. ผู้ใช้บริการจะต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท (หากมีทุนจดทะเบียนไม่เป็นไปตามเกณฑ์ข้างต้น ธนาคารขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาอนุมัติใบสมัครฯ เป็นรายกรณี)
- 9. ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกพิจารณาคุณสมบัติประเภทร้านค้าที่สมัครบริการ Online Direct Debit (ODD) ตามหมวดสินค้าและบริการ ดังนี้ 1. ธุรกิจปกติ: ผู้ให้บริการสามารถรับสมัครเพื่อให้บริการได้ตามปกติ 2. ธุรกิจความเสี่ยงสูง: ผู้ให้บริการจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี 3. ธุรกิจตามร้านค้าประเภทต้องห้ามตามข้อ 1.29: ผู้ให้บริการจะปฏิเสธการรับสมัครบริการทันที เนื่องจากไม่สามารถให้บริการได้
- 1. ในการพิจารณาอนุมัติวงเงินในการใช้บริการ Online Direct Debit (ODD) ผู้ให้บริการจะกำหนดวงเงินการรับชำระเงินสำหรับร้านค้าดังต่อไปนี้
- บริการ Online Direct Debit (ODD) ของธนาคารกสิกรไทย แบ่ง Segment ของร้านค้าตามยอดขายต่อปี Control limit
แบ่ง Segment ของร้านค้าตามยอดขายต่อปี Control limit Corporate (ยอดขาย เกิน 400 ล้านบาทขึ้นไป) จำกัดไม่เกิน 1,000,000,000 บาท ต่อเดือน Medium (ยอดขาย ไม่เกิน 400 ล้านบาท) จำกัดไม่เกิน 300,000,000 บาท ต่อเดือน Small (ยอดขาย ไม่เกิน 50 ล้านบาท) จำกัดไม่เกิน 50,000,000 บาท ต่อเดือน Micro (ยอดขาย ไม่เกิน 10 ล้านบาท) จำกัดไม่เกิน 10,000,000 บาท ต่อเดือน - 2. ผู้ใช้บริการสามารถรับชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการจากลูกค้าได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง จำนวนเงินไม่เกิน 9,999,999,999.99 บาท จำนวนเงินไม่เกิน 20,000 บาทต่อรายการ หรือจำนวนอื่นที่ธนาคารผู้ให้บริการกำหนด ต่อการทำรายการ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องมาติดต่อธนาคารผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการจะดำเนินการให้ลูกค้าตกลงยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของลูกค้าตามค่าสินค้าและ/หรือบริการดังกล่าวทันที (ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาปรับเพิ่มหรือลดยอดชำระต่อรายการเป็นรายกรณีตามเงื่อนไขการพิจารณาของธนาคารผู้ให้บริการ และความเหมาะสมของธุรกิจของผู้ใช้บริการ)
- 3. สินค้าและ/หรือบริการที่ผู้ใช้บริการจะรับชำระตามบริการนี้ จะต้องเป็นสินค้าและ/หรือบริการที่ผู้ใช้บริการและ/หรือบริษัทในเครือของผู้ใช้บริการเป็นผู้จัดจำหน่ายเท่านั้น เว้นแต่จะตกลงกับผู้ให้บริการเป็นอย่างอื่น (บริษัทในเครือ หมายถึง บริษัทที่ผู้ใช้บริการถือหุ้นร้อยละ 25 ขึ้นไป)
- 4. ผู้ใช้บริการจะร่วมพัฒนาและส่งเสริมบริการนี้ เช่น โฆษณา พัฒนาและ/หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบ จัดทำเอกสารต่างๆ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษร และหากมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
- 5. บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเลือกพิจารณาให้บริการรับชำระเงินด้วยการหักบัญชีแบบออนไลน์ (Online Direct Debit : ODD) ประเภทจ่ายรายครั้ง (one-line payment model) และประเภทจ่ายค่าสมัครสมาชิก (subscription model) ตามเงื่อนไขการพิจารณาของธนาคารผู้ให้บริการ และความเหมาะสมของประเภทธุรกิจของผู้ใช้บริการ โดยบริษัทจะขอความร่วมมือผู้ใช้บริการในการติดตั้งระบบ PIN หรือระบบความปลอดภัยอีกหนึ่งชั้น ก่อนดำเนินการหักบัญชีชำระค่าบริการอัตโนมัติ
- 6. กรณีผู้ใช้บริการสมัครบริการรับชำระเงินด้วยการหักบัญชีแบบออนไลน์ (Online Direct Debit: ODD) ของบมจ. ธนาคารกสิกรไทย ("ธนาคาร") ผู้ใช้บริการตกลงตามข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้บริการ ดังนี้
ข้อตกลงเกี่ยวกับการใช้บริการ Online Direct Debit (ODD) ของธนาคารกสิกรไทย
- 1.1 "ผู้ใช้งาน" หมายถึง บุคคลที่ผู้ใช้บริการระบุให้เป็นผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อประสานงาน Administrator Maker Viewer Verifier หรือ Authorizer และ/หรือบุคคลที่ผู้ใช้บริการมอบหมาย โดยผู้ใช้บริการสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ใช้งานได้โดยแจ้งให้ธนาคารทราบล่วงหน้าตามวิธีการที่ระบุไว้ในเงื่อนไขการใช้บริการนี้
- 1.2 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการและ/หรือผู้ใช้งานใช้บัญชีผู้ใช้งาน (User ID) รหัสผ่าน (Password) PIN Token One Time Password (OTP) บัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต บัตรเครดิต รหัสลับ แผ่นจานแม่เหล็กที่บรรจุโปรแกรม และ/หรือเครื่องมืออื่นใด ในการ Log in เข้าใช้บริการต่างๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การโอนเงินเข้าหรือออกจากบัญชีเงินฝาก (รวมเรียกว่า "เครื่องมือโอนเงิน") ผู้ใช้บริการตกลง ดังนี้
- 1.2.1 เมื่อผู้ใช้บริการได้รับอนุมัติให้ใช้บริการแล้ว ธนาคารจะส่งเครื่องมือโอนเงินไปยังช่องทางรับข้อมูลของผู้ใช้บริการและ/หรือผู้ใช้งาน โดยในการเข้าสู่ระบบครั้งแรก ระบบจะบังคับให้เปลี่ยนเครื่องมือโอนเงินโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ "ช่องทางรับข้อมูล" หมายถึง ที่อยู่ Email Address หมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ/หรือบริการ/ช่องทางอื่นที่ผู้ใช้บริการตกลงไว้กับธนาคาร
- 1.2.2 หากธนาคารกำหนดให้จะต้องใช้บริการ (ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน) ผ่านเครื่องมือโอนเงิน ผู้ใช้บริการจะต้องระบุเครื่องมือโอนเงิน
- 1.2.3 ผู้ใช้บริการจะต้องเก็บรักษาเครื่องมือโอนเงินไว้ในที่ปลอดภัยและเป็นความลับของผู้ใช้บริการเท่านั้น และจะต้องควบคุมให้ผู้ใช้งานปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้อย่างเคร่งครัดด้วย การเปิดเผยเครื่องมือโอนเงินถือเป็นการปฏิบัติผิดเงื่อนไขการใช้บริการนี้ หากเกิดความเสียหายประการใด (ซึ่งรวมถึงเกิดรายการโอนเงิน) จากการที่ผู้ใช้บริการและ/หรือผู้ใช้งานเปิดเผยหรือกระทำการใดๆ จนทำให้บุคคลอื่นล่วงรู้หรือได้รับเครื่องมือโอนเงิน หรือเครื่องมือโอนเงินสูญหายหรือถูกโจรกรรม ผู้ใช้บริการจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อนที่ธนาคารจะอายัด หรือระงับการใช้เครื่องมือโอนเงินนั้น ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการสามารถเปลี่ยนแปลงเครื่องมือโอนเงินได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ภายใต้เงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
- 1.2.4 ในกรณีที่เครื่องมือโอนเงินสูญหาย/ถูกโจรกรรม/ถูกระงับเนื่องจากผู้ใช้บริการระบุเครื่องมือโอนเงินไม่ถูกต้องติดต่อกันตามจำนวนครั้งที่ธนาคารกำหนด/ลืมเครื่องมือโอนเงิน หรือครบกำหนดเวลาที่ต้องเปลี่ยน ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อ K-BIZ Contact Center โทรศัพท์ 02-8888822 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสาขาของธนาคาร ในวันและเวลาทำการของธนาคาร
- 1.2.5 ผู้ใช้บริการสามารถอายัดหรือระงับการใช้เครื่องมือโอนเงินหรือการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้า หรือระงับการใช้บริการได้ โดยติดต่อ K-BIZ Contact Center โทรศัพท์ 02-8888822 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสาขาของธนาคาร ในวันและเวลาทำการของธนาคาร โดยธนาคารจะดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาดังนี้ 1.2.5.1 การอายัดหรือระงับการใช้เครื่องมือโอนเงิน ภายใน 24 ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ธนาคารได้รับคำสั่งหรือรับแจ้งจากผู้ใช้บริการครบถ้วน 1.2.5.2 การอายัดหรือระงับการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้า ภายใน 1 รอบบิลถัดไปนับแต่วันที่ธนาคารได้รับคำสั่งหรือรับแจ้งจากผู้ใช้บริการครบถ้วน ทั้งนี้ "การโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้า" หมายถึง การโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ตามข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้า เช่น การหักบัญชีเพื่อชำระค่าบริการสาธารณูปโภค การหักบัญชีเพื่อชำระค่าสินค้า/บริการ 1.2.5.3 การระงับการใช้บริการ ตามระยะเวลาที่ธนาคารกำหนดสำหรับแต่ละบริการ
- 1.2.6 เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการใช้บริการ ผู้ใช้บริการควรหลีกเลี่ยงการกำหนดให้ ผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อประสานงาน Administrator Viewer Maker Verifier และ Authorizer เป็นบุคคลเดียวกัน รวมทั้งหลีกเลี่ยงการมอบเครื่องมือโอนเงินให้แก่ ผู้ติดต่อหลัก ผู้ติดต่อประสานงาน Administrator Viewer Maker Verifier และ Authorizer ที่เป็นบุคคลเดียวกัน
- 1.3 ผู้ใช้บริการตกลงให้ผู้ใช้งานมีอำนาจกระทำการแทนผู้ใช้บริการในการใช้บริการได้ตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ โดยผู้ใช้บริการตกลงว่าการกระทำของผู้ใช้งานมีผลผูกพันผู้ใช้บริการเสมือนผู้ใช้บริการกระทำการเองทุกประการ และการกระทำใดๆ (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การเบิกจ่าย/ถอนเงินจากบัญชีเงินฝาก การโอนเงิน การหักบัญชีเงินฝาก การขอแก้ไข/เปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมบริการ การตกลงยอมรับการแก้ไข/เปลี่ยนแปลง/เพิ่มเติมของบริการ/ค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร/เงื่อนไขการใช้บริการ ที่ธนาคารได้แจ้งให้ทราบผ่านช่องทางต่างๆ) ผ่านเครื่องมือโอนเงิน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของผู้ใช้บริการเอง ผู้ใช้งาน หรือบุคคลอื่นใด และไม่ว่าโดยประการใดก็ตาม ให้ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์ และมีผลผูกพันผู้ใช้บริการเสมือนผู้ใช้บริการกระทำการเอง รวมทั้งให้ถือว่าผู้ใช้บริการได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ไว้แก่ธนาคารเพื่อเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมในครั้งนั้นๆ โดยถูกต้องสมบูรณ์แล้วนับแต่เวลาที่ยืนยันทำธุรกรรม ผู้ใช้บริการตกลงให้ธนาคารสามารถใช้ข้อมูลการทำธุรกรรมดังกล่าวเป็นต้นฉบับเอกสารที่ใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ว่าผู้ใช้บริการได้ทำธุรกรรมนั้น และใช้ดำเนินการทางกฎหมายได้ทุกประการ
- 1.4 ผู้ใช้บริการยอมรับและรับทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากผู้ใช้บริการสามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเอกสารหรือหลักฐานอื่นใดยืนยันและ/หรือมอบให้แก่ธนาคารอีกแต่ประการใด เว้นแต่ธุรกรรมที่ธนาคารกำหนดให้ต้องทำเอกสารหรือหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อให้ถูกต้องตามวิธีการและ/หรือประเพณีของธนาคารในเรื่องนั้นๆ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบยอดเงินภายหลังจากทำธุรกรรมทุกครั้ง
- 1.5 ผู้ใช้บริการจะต้องติดต่อ K-BIZ Contact Center โทรศัพท์ 02-8888822 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสาขาของธนาคาร ในวันและเวลาทำการของธนาคาร เพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ตามที่ธนาคารกำหนด · เปลี่ยนแปลงรายละเอียดของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้งาน การใช้บริการ และ/หรือบัญชีที่ผูกกับบริการ · แจ้งระงับการใช้บริการชั่วคราว (Hold) · ยกเลิกการระงับใช้บริการชั่วคราว (Unhold) และ/หรือยกเลิกการใช้บริการ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงรหัสผ่าน (Reset Password) และ/หรือการปลดล็อกบัญชีผู้ใช้งาน (Unlock User ID) ผู้ใช้งานสามารถติดต่อ Administrator หรือ K-BIZ Contact Center โทรศัพท์ 02-8888822 ตลอด 24 ชั่วโมง
- 1.6 ผู้ใช้บริการสามารถดูข้อมูลการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ และ/หรือข้อมูลการโอนเงินย้อนหลังได้ และผู้ใช้บริการจะได้รับหลักฐานการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ และ/หรือข้อมูลการโอนเงิน ผ่านช่องทางต่างๆ ตามที่ธนาคารกำหนด "หลักฐานการทำรายการ" หมายถึง ใบบันทึกรายการ ใบแจ้งการชำระค่าสินค้า/บริการ ใบแจ้งการโอนเงิน ใบแจ้งรายการ (Statement) และหลักฐานอื่นใดที่ทำด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์หรือสื่อบันทึกข้อมูลอื่นใดที่ใช้เก็บข้อมูล หรือที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำหนดขึ้นในอนาคต
- 1.7 ในกรณีที่บัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ เป็นบัญชีเงินฝากของบุคคลอื่น ("เจ้าของบัญชี") ผู้ใช้บริการตกลงปฏิบัติดังนี้
- 1.7.1 ผู้ใช้บริการจะดำเนินการให้เจ้าของบัญชีลงนามในหนังสือยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของเจ้าของบัญชีตามแบบฟอร์มที่ธนาคารกำหนด เพื่อทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการ และชำระค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากรที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะดำเนินการให้เจ้าของบัญชีไม่ยกเลิกหรือเพิกถอนความยินยอมนี้จนกว่าจะยกเลิกการใช้บริการ
- 1.7.2 ผู้ใช้บริการจะดำเนินการให้เจ้าของบัญชีคงเงินในบัญชีเงินฝากของเจ้าของบัญชีอย่างน้อยเท่ากับรายการที่ธนาคารจะต้องหักเงิน
- 1.7.3 ในกรณีที่เจ้าของบัญชีแจ้งยกเลิกหรือเพิกถอนความยินยอมและ/หรือคำสั่งให้หักเงิน จะทำให้ธนาคารไม่สามารถหักเงินจากบัญชีเงินฝากของเจ้าของบัญชี และผู้ใช้บริการจะไม่สามารถทำรายการในครั้งนั้นๆ ได้ โดยผู้ใช้บริการจะติดตามเจรจากับเจ้าของบัญชี เพื่อการรับชำระหนี้และ/หรือบรรดาภาระผูกพันใดๆ ที่ผู้ใช้บริการและเจ้าของบัญชีมีต่อกัน และ/หรือเพื่อการทำธุรกรรมของผู้ใช้บริการต่อไปเอง
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ผู้ใช้บริการหรือเจ้าของบัญชีแจ้งการยกเลิกหรือเพิกถอนดังกล่าวให้ธนาคารทราบล่าช้าจนทำให้ธนาคารไม่อาจแก้ไขข้อมูลในระบบงานได้ทันไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม และธนาคารได้ดำเนินการใดๆ กับบัญชีเงินฝากของเจ้าของบัญชีตามที่ได้รับคำสั่งจากผู้ใช้บริการแล้ว ผู้ใช้บริการยอมรับว่าการดำเนินการของธนาคารตามคำสั่งดังกล่าวถูกต้องและผู้ใช้บริการจะรับผิดชอบโดยตรงต่อเจ้าของบัญชี
- 1.8 ผู้ใช้บริการยินยอมให้ธนาคารหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการที่ระบุในใบสมัครฯ และ/หรือบัญชีเงินฝากอื่นใดที่ผู้ใช้บริการมีอยู่กับธนาคาร เพื่อให้ธนาคารทำรายการและ/หรือดำเนินการตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ โดยไม่จำต้องบอกกล่าว ทั้งนี้ ธนาคารจะนำส่งหลักฐานการหักบัญชีให้ผู้ใช้บริการทราบ
- 1.9 ผู้ใช้บริการตกลงว่า ธนาคารและผู้ใช้บริการจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง คู่มือ คำขอความร่วมมือ และหลักเกณฑ์ใดๆ ของธนาคารแห่งประเทศไทย ศาล หน่วยงานกำกับดูแล และหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจ (แล้วแต่กรณี) ทั้งที่มีอยู่ในขณะนี้และจะมีในภายหน้า (รวมเรียกว่า "กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง") หากมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ผู้ใช้บริการตกลงว่าในการใช้บริการ ผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องที่เปลี่ยนแปลงนั้นทันที หากผู้ใช้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง จนเป็นเหตุให้ธนาคารถูกเรียกค่าปรับ ค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่าย ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าปรับ ค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้แก่ธนาคารโดยพลัน
- 1.10 ผู้ใช้บริการยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิหักเงินจากบัญชีเงินฝากประเภทใดๆ ที่ผู้ใช้บริการมีอยู่กับธนาคาร หรือเงินซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแล และ/หรือในอำนาจสั่งการของธนาคารไม่ว่าธนาคารจะได้รับฝากเงิน ได้การครอบครองดูแล และ/หรือได้อำนาจสั่งการนี้มาโดยทางใด เพื่อเข้าชำระหนี้ และ/หรือความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการได้ทันทีโดยไม่จำต้องบอกกล่าว ทั้งนี้ธนาคารจะนำส่งหลักฐานการหักบัญชีให้ผู้ใช้บริการทราบ
- 1.11 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการเปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ ไม่ว่าเมื่อใดและด้วยเหตุใดก็ตาม ให้เงื่อนไขการใช้บริการนี้มีผลบังคับใช้กับบัญชีเงินฝากที่เปลี่ยนแปลงทุกประการ
- 1.12 ในกรณีที่ธนาคารไม่สามารถหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ระบุในใบสมัครฯ เพื่อทำรายการและ/หรือดำเนินการตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ และ/หรือเพื่อชำระหนี้และ/หรือความรับผิดชอบของผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการจะไม่สามารถทำรายการในครั้งนั้นๆ ได้
- 1.13 หากความเสียหายเกิดขึ้นจากเครื่องมือหรืออุปกรณ์การใช้บริการของผู้ใช้บริการ ระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ
- 1.14 ผู้ใช้บริการรับรองว่า บรรดาเอกสาร ข้อมูล รายละเอียดใดๆ ที่ให้แก่ธนาคาร ไม่ว่าในรูปแบบใดและไม่ว่าผู้ใช้บริการหรือบุคคลที่ผู้ใช้บริการมอบหมายจะเป็นผู้ให้ ครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง เป็นปัจจุบัน และเป็นข้อมูลที่ธนาคารสามารถนำมาใช้ในการให้บริการและนำมาปรับปรุงข้อมูลในระบบของธนาคารให้เป็นปัจจุบันได้ โดยผู้ใช้บริการมีสิทธิและมีความสามารถตามกฎหมายในการใช้บริการและทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหายใดๆ เนื่องจากเอกสาร ข้อมูล หรือรายละเอียดดังกล่าวไม่ครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง หรือเป็นปัจจุบัน หรือผู้ใช้บริการไม่มีสิทธิหรือไม่มีความสามารถตามกฎหมายในการใช้บริการหรือทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ ผู้ใช้บริการตกลงเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
- 1.15 หากผู้ใช้บริการประสงค์จะแก้ไขข้อมูล และ/หรือรายละเอียดต่างๆ ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือตามวิธีการที่ธนาคารกำหนด
- 1.16 เว้นแต่ธนาคารจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ในกรณีผู้ใช้บริการพบข้อผิดพลาดใดๆ จากการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับบริการ ในกรณีมีเหตุต้องระงับการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการเป็นการชั่วคราว ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือในกรณีการยกเลิกการระงับการดำเนินการดังกล่าว ผู้ใช้บริการสามารถติดต่อ K-BIZ Contact Center โทรศัพท์ 02-8888822 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือช่องทางอื่นที่ธนาคารกำหนด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น เรื่อง วัน เวลา ผู้ที่เกี่ยวข้อง จำนวนเงิน ลักษณะธุรกรรม ข้อมูลอื่นใดตามที่ธนาคารร้องขอ เมื่อผู้ใช้บริการดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการที่ธนาคารกำหนดครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ธนาคารจะดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เช่น ตรวจสอบ/แก้ไขข้อผิดพลาด ระงับการดำเนินการ ยกเลิกการระงับการดำเนินการ ให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ธนาคารแจ้งแก่ผู้ใช้บริการ โดยผู้ใช้บริการยังคงต้องรับผิดชอบการดำเนินการ และธุรกรรมที่เกิดขึ้นก่อนครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ทั้งนี้ ธนาคารขอสงวนสิทธิในการไม่ดำเนินการตามคำขอใดที่ขัดต่อกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- 1.17 ผู้ใช้บริการสามารถใช้บริการได้ตามจำนวนครั้งและจำนวนเงินสูงสุดตามที่ธนาคารกำหนดและ/หรือตามที่ธนาคารปลายทางสามารถให้บริการได้ ทั้งนี้ ธนาคารจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากตามจำนวนเงินและค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร (หากมี) ตามข้อตกลงที่ผู้ใช้บริการมีกับธนาคาร โดยเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีผู้รับโอนในวันที่รายการมีผลตามที่แต่ละธนาคารปลายทางกำหนด
- 1.18 ในกรณีที่ความผิดพลาดในการหักเงินและ/หรือโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้ใช้บริการที่ระบุในใบสมัครฯไม่ได้เกิดขึ้นจากธนาคาร ผู้ใช้บริการจะตรวจสอบและเรียกร้องหรือคืนเงินดังกล่าวให้แก่คู่พิพาทของผู้ใช้บริการโดยตรง และหากผู้ใช้บริการมีข้อต่อสู้และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับคู่พิพาทของผู้ใช้บริการ
- 1.19 ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุอื่นใดอันทำให้ธนาคารไม่สามารถให้บริการได้ ผู้ใช้บริการตกลงให้ธนาคารพิจารณาให้บริการหรือดำเนินการตามที่เห็นสมควร ผู้ใช้บริการตกลงให้ความร่วมมือแก่ธนาคารอย่างเต็มที่และทุกวิถีทางในการปรับปรุงการให้บริการของธนาคารเพื่อความสะดวกในการใช้บริการของผู้ใช้บริการตามที่ธนาคารร้องขอ
- 1.20 ผู้ใช้บริการตกลงว่า ธนาคารจะโอนสิทธิ ประโยชน์ และ/หรือหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ให้แก่บุคคล และ/หรือสถาบันการเงินใดๆ ก็ได้ ตามที่ธนาคารเห็นสมควร โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการแต่อย่างใด แต่จะมีการแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะโอนสิทธิ ประโยชน์ และ/หรือหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ให้แก่บุคคลใดไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากธนาคารล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษร
- 1.21 การล่าช้า หรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของธนาคารตามกฎหมาย หรือตามเงื่อนไขต่างๆ ตลอดจนคู่มือ ระเบียบ และบันทึกเสียงของธนาคารในระบบโทรศัพท์ ไม่ถือว่าธนาคารสละสิทธิหรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ผู้ใช้บริการแต่ประการใด
- 1.22 บรรดาหนังสือ จดหมาย คำบอกกล่าว ข้อมูลใดๆ ที่ธนาคารส่งให้ผู้ใช้บริการไปยังช่องทางรับข้อมูลที่ระบุในใบสมัครฯ ไม่ว่าจะส่งเอง ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน ส่ง Email ส่ง Short Message Service (SMS) หรือส่งผ่านช่องทางรับข้อมูลอื่น ไม่ว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ หรือส่งให้ไม่ได้ไม่ว่าเพราะเหตุใด ให้ถือว่าหนังสือ จดหมาย คำบอกกล่าว หรือข้อมูลดังกล่าวได้ส่งถึงผู้ใช้บริการโดยชอบแล้ว อนึ่ง หากมีการย้าย เปลี่ยนแปลง หรือรื้อถอนช่องทางรับข้อมูล ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทันที
- 1.23 ในกรณีที่เงื่อนไขการใช้บริการเฉพาะของบริการใดไม่ได้ระบุรายละเอียดในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ ให้ใช้บังคับตามเงื่อนไขการใช้บริการทั่วไป ในกรณีที่เงื่อนไขการใช้บริการเฉพาะของบริการใดขัดหรือแย้งกับเงื่อนไขการใช้บริการทั่วไป ให้ใช้บังคับตามเงื่อนไขการใช้บริการเฉพาะของบริการนั้น และให้ถือว่าเงื่อนไขการใช้บริการเฉพาะของบริการนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการใช้บริการนี้ด้วย แต่หากมีความไม่ชัดเจนในเงื่อนไขใด ผู้ใช้บริการตกลงปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของธนาคารทุกประการ
- 1.24 ถ้าข้อความใดในเงื่อนไขการใช้บริการนี้ กลายเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับไม่ได้ในประการใด ให้ข้อความที่เหลือ ยังคงชอบด้วยกฎหมาย สมบูรณ์ และใช้บังคับได้ตามกฎหมาย และไม่เสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับไม่ได้ของข้อความดังกล่าวนั้น
- 1.25 เงื่อนไขการใช้บริการนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย และให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้น
- 1.26 เงื่อนไขการใช้บริการนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของใบสมัครฯ ด้วย
ข้อ 2 ค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร
- 2.1 ผู้ใช้บริการตกลงชำระค่าตอบแทนการใช้บริการไม่ว่าจะเรียกว่าค่าธรรมเนียม ค่าบริการ หรือชื่ออื่นใด ให้แก่ธนาคาร ภายในกำหนดเวลาชำระของค่าตอบแทนนั้นๆ
- 2.2 ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบค่าฤชาธรรมเนียม ภาษีอากร และค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริการ (หากมี) แต่เพียงฝ่ายเดียว หากธนาคารจำต้องทดรองจ่ายค่าฤชาธรรมเนียม ภาษีอากร และ/หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวตามวรรคก่อนแทนผู้ใช้บริการไปก่อน ผู้ใช้บริการตกลงชำระคืนให้แก่ธนาคารโดยพลัน
ข้อ 3 การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้บริการ
- 3.1 หากเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ส่งผลให้ผู้ใช้บริการเกิดภาระหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะมีผลเมื่อผู้ใช้บริการให้ความยินยอม
- 3.2 หากเป็นการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ธนาคารเห็นสมควร โดยหากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบต่อการใช้บริการของผู้ใช้บริการ (เช่น การปรับค่าธรรมเนียมการใช้บริการที่สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงช่องทางในการให้บริการ การเปลี่ยนแปลงวันครบกำหนดชำระหนี้) ธนาคารจะสื่อสารหรือแจ้งข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือระยะเวลาอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
- 3.3 หากมีกฎหมายและ/หรือกฎเกณฑ์กำหนดให้ธนาคารต้องดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขไว้เป็นการเฉพาะเป็นอย่างอื่น ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารปฏิบัติตามกฎหมายและ/หรือกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้
ข้อ 4 การสิ้นสุดของบริการและผลการสิ้นสุด
- 4.1 ผู้ใช้บริการตกลงยินยอมให้ธนาคารมีสิทธิระงับ และ/หรือยกเลิกบริการเมื่อใดก็ได้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเฉพาะผู้ใช้บริการรายใดรายหนึ่ง โดยธนาคารจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ผู้ใช้บริการตกลงว่าธนาคารมีสิทธิระงับ และ/หรือยกเลิกบริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันทีตามที่ธนาคารเห็นสมควรโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และธนาคารไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าว
- 4.1.1 ข้อมูล รายละเอียด คำรับรองหรือคำยืนยันใดๆ ที่ผู้ใช้บริการให้ไว้แก่ธนาคาร ไม่เป็นความจริง ไม่ถูกต้อง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
- 4.1.2 ปรากฏข้อเท็จจริงที่ธนาคารเชื่อได้ว่า ข้อมูลและ/หรือรายละเอียดต่างๆ ที่ผู้ใช้บริการแจ้งแก่ธนาคารให้ดำเนินการตามใบสมัครฯ หรือการใช้บริการของผู้ใช้บริการ อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ไม่เป็นคุณ อาจกระทบต่อสิทธิของธนาคารหรือบุคคลอื่น อาจมีวัตถุประสงค์อันไม่ชอบด้วยกฎหมาย อาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน อาจทำให้ธนาคารปฏิบัติผิดกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง หรืออาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของธนาคาร
- 4.1.3 ผู้ใช้บริการปฏิบัติผิดเงื่อนไขการใช้บริการนี้ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด รวมถึงการไม่ชำระค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร
- 4.1.4 มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นอันทำให้ธนาคารเชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการหรือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ใช้บริการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงผู้ใช้บริการเลิกกิจการ ถูกเพิกถอนทะเบียน ถูกระงับไม่ให้ดำเนินธุรกิจ หรือชำระบัญชี
- 4.1.5 ธนาคารไม่สามารถหักเงินเพื่อดำเนินการตามใบสมัครฯ และเงื่อนไขการใช้บริการนี้
- 4.1.6 ธนาคารต้องปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
- 4.2 ในกรณีที่ผู้ใช้บริการประสงค์จะยกเลิกการใช้บริการใดบริการหนึ่ง หรือทุกบริการตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องแจ้งให้ธนาคารทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน ผ่านช่องทางต่างๆ ของธนาคาร และดำเนินการต่างๆ ตามที่ธนาคารกำหนด ทั้งนี้ ธนาคารจะยกเลิกการใช้บริการตามความประสงค์ของผู้ใช้บริการโดยเร็วภายใน 30 วัน นับแต่ธนาคารได้รับแจ้งความประสงค์ยกเลิกการใช้บริการและเอกสารประกอบจากผู้ใช้บริการครบถ้วน โดยการยกเลิกจะมีผลสมบูรณ์เมื่อธนาคารแจ้งให้ผู้ใช้บริการทราบ
- 4.3 กรณีที่เงื่อนไขการใช้บริการนี้สิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ไม่เป็นการยกเลิกภาระหน้าที่ใดๆ ซึ่งผู้ใช้บริการยังปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไขการใช้บริการนี้ จนกว่าผู้ใช้บริการจะปฏิบัติภาระหน้าที่ดังกล่าวจนครบถ้วนแล้ว