ข้อตกลงการเป็นร้านค้า

ตามที่ข้าพเจ้าผู้สมัคร (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ร้านค้า”) มีความประสงค์จะใช้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการ ผ่านเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook Inc. (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “Facebook”) และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ บริษัท กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ จำกัด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ให้บริการ”) ขยายการให้บริการในอนาคต จากผู้ชำระค่าสินค้า/บริการ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ชำระเงิน”) ด้วยเครื่องมือการชำระเงินต่างๆ แทนการชำระด้วยเงินสด ร้านค้าจึงตกลงยินยอมปฏิบัติตามข้อตกลงการเป็นร้านค้า ซึ่งประกอบด้วยข้อตกลงทั่วไปและข้อตกลงเฉพาะ (ซึ่งต่อไปนี้หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ข้อตกลงฯ”) ดังต่อไปนี้


ข้อตกลงทั่วไป

ข้อ 1. หลักเกณฑ์และเงื่อนไข
1.1 ร้านค้าตกลงรับชำระค่าสินค้า/บริการผ่านเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ ผู้ให้บริการให้บริการในอนาคต จากผู้ชำระเงินด้วยเครื่องมือการชำระเงินต่างๆ ดังต่อไปนี้ (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “เครื่องมือการชำระเงิน”) แทนการชำระด้วยเงินสด
1.1.1 บัตรเครดิต/เดบิต (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “บัตรเครดิต”) ที่ออกหรือร่วมออกโดย ธนาคารพาณิชย์ และ/หรือโดยบริษัทอื่นหรือสถาบันอื่น (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ผู้ออกบัตร”) ซึ่งเป็นสมาชิกของ VISA INTERNATIONAL SERVICE ASSOCIATION (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “VISA”) และ/หรือ MASTERCARD INTERNATIONAL INCORPORATED (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “MASTERCARD”) และ/หรือ JCB INTERNATIONAL COMPANY LIMITED (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “JCB”) และ/หรือ บริษัทบัตรเครดิตอื่น และ/หรือสถาบันอื่น ภายใต้ข้อตกลงร่วมกันที่ผู้ออกบัตรจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกในอนาคต (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “บริษัทบัตรเครดิต”)
1.1.2 เงินโอน ซึ่งผู้ชำระเงินทำคำสั่งโอน และ/หรือชำระค่าสินค้า/บริการ โดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ชำระเงิน ที่มีอยู่กับธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันอื่นที่เป็นผู้ให้บริการเงินโอน (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ผู้ให้บริการเงินโอน”)
1.1.3 เครื่องมือการชำระเงินอื่น ที่ออกหรือร่วมออกโดยธนาคารพาณิชย์ และ/หรือโดยบริษัทอื่นหรือสถาบันอื่นที่เป็นผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินนั้น (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน”) ตามที่ผู้ให้บริการจะเปิดให้บริการต่อไปในภายหน้า
1.2 การใช้รหัสประจำตัว หรือรหัสผ่าน หรือ PIN หรือ Password หรือ Token หรือรหัส One Time Password (OTP) หรือรหัสสำหรับการเข้าใช้บริการ (User Name หรือ Staff Name) หรือเครื่องมืออื่นใดที่ร้านค้าหรือบัญชีพนักงานร้านค้าใช้เป็นเครื่องมือในการ Log in เข้าใช้บริการเว็บไซต์/Mobile Application ของ Facebook (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่เรียกคำใดคำหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกว่า “เครื่องมือโอนเงิน”) เพื่อใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การโอนเงินเข้าหรือออกจากบัญชี
1.2.1 หากการใช้บริการผ่านช่องทางต่างๆ ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ผู้ให้บริการได้กำหนดให้จะต้องใช้บริการผ่านเครื่องมือโอนเงินแล้ว ร้านค้าจะต้องระบุเครื่องมือโอนเงินตามเงื่อนไขและขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนดสำหรับการใช้บริการผ่านช่องทางนั้นๆ
1.2.2 ร้านค้าจะต้องเก็บรักษาเครื่องมือโอนเงินไว้ในที่ปลอดภัยและถือเป็นความลับเฉพาะตัวของร้านค้าเท่านั้น และจะต้องควบคุมบุคคลที่ใช้บริการผ่านบัญชีพนักงานร้านค้าให้ปฏิบัติตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้อย่างเคร่งครัดด้วย การเปิดเผยเครื่องมือโอนเงินถือเป็นการปฏิบัติผิดข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หากเกิดความเสียหายประการใดจากการที่ร้านค้าและ/หรือบุคคลที่ใช้บริการผ่านบัญชีพนักงานร้านค้าเปิดเผยหรือกระทำการใดๆ จนทำให้บุคคลอื่นล่วงรู้ หรือได้รับเครื่องมือโอนเงิน หรือเครื่องมือโอนเงินสูญหาย ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น
1.2.3 การกระทำใดๆ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การสมัครและใช้บริการต่างๆ การชำระค่าสินค้า/บริการ การโอนเงิน การตกลงยอมรับ/การแก้ไข/การเปลี่ยนแปลง/การเพิ่มเติม ของเงื่อนไข/บริการ/อัตราค่าธรรมเนียม/ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ การตรวจสอบ/พิสูจน์ตัวตน การอนุมัติการทำธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของร้านค้าเองก็ดี หรือการกระทำของบุคคลที่ใช้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ผ่านบัญชีพนักงานร้านค้าก็ดี หรือการกระทำของบุคคลอื่นใดก็ดี หากได้กระทำไปโดยผ่านการใช้เครื่องมือโอนเงินแล้ว ร้านค้าตกลงให้ถือว่าถูกต้องสมบูรณ์ และให้มีผลผูกพันร้านค้าเสมือนหนึ่งได้กระทำโดยร้านค้าเอง รวมทั้งให้ถือว่าเป็นการที่ร้านค้าได้ลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ให้ไว้แก่ผู้ให้บริการเพื่อเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมผ่านบริการในครั้งนั้นๆ โดยถูกต้องสมบูรณ์แล้ว นับตั้งแต่เวลาที่มีการยืนยันทำธุรกรรม ซึ่งร้านค้าไม่สามารถยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงใดๆได้ ทั้งนี้ ร้านค้าตกลงยอมรับและรับทราบถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เนื่องจากร้านค้าสามารถทำธุรกรรมได้โดยไม่จำต้องมีเอกสาร หรือหลักฐานอื่นใดยืนยันเพิ่มเติม และ/หรือมอบให้แก่ผู้ให้บริการ เว้นแต่ผู้ให้บริการกำหนดเป็นอย่างอื่นและร้านค้าต้องตรวจสอบยอดเงินภายหลังจากทำรายการทุกครั้ง
1.3 ร้านค้าตกลงว่า จะมิให้ผู้อื่นมาร่วมใช้บริการ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการก่อน
1.4 ร้านค้าต้องรับชำระค่าสินค้า/บริการในราคาที่ไม่สูงกว่าราคาขายเงินสดแก่ลูกค้าทั่วไป และหากมีการให้บริการพิเศษใดๆ เช่น การให้ส่วนลดหรือของแถมแก่ลูกค้าทั่วๆ ไป ร้านค้าตกลงจะให้บริการพิเศษนั้นแก่ผู้ชำระเงินด้วยเช่นกัน
1.5 ร้านค้าตกลงรับทราบว่า เครื่องหมายการค้าของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ร้านค้าตกลงใช้เครื่องหมายการค้าของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้เท่านั้น และการใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมจากผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินรายนั้น ผ่านทางผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทุกครั้ง นอกจากนี้ ร้านค้าตกลงป้องกันไม่ให้มีและไม่กระทำการใดๆ อันอาจทำให้มีการละเมิดเครื่องหมายการค้าตลอดจนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน
อนึ่ง “เครื่องหมายการค้า” หมายถึง เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ และเครื่องหมายร่วมที่ ผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินเป็นเจ้าของ ทั้งที่ได้จดทะเบียนแล้วและที่ยังมิได้จดทะเบียน รวมทั้งเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการที่ผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินได้รับอนุญาตให้ใช้ ตลอดจนชื่อทางการค้า สัญลักษณ์ รูปภาพ ข้อความ หรือสื่อความหมายอื่นใดที่ผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินใช้หรือมีเจตนาที่จะใช้ในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของผู้ให้บริการเพื่อเป็นการแสดงให้บุคคลทั่วไปเห็นและเข้าใจว่าการให้บริการที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นแตกต่างไปจากการให้บริการที่ใช้เครื่องหมายการค้าของผู้อื่น ทั้งที่ผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินได้ใช้อยู่ในปัจจุบันและที่จะใช้ในอนาคต
1.6 ร้านค้าจะต้องไม่กำหนดวงเงินขั้นต่ำและไม่คิดค่าธรรมเนียมการรับชำระเงินด้วยเครื่องมือการชำระเงินจากผู้ชำระเงินที่มาซื้อสินค้า/บริการเป็นอันขาด
1.7 ร้านค้าจะต้องยอมรับชำระค่าสินค้า/บริการ จากผู้ชำระเงินที่ทำการชำระเงินด้วยเครื่องมือการชำระเงินทุกชนิดตาม ช่องทางที่ขอใช้บริการ โดยร้านค้าไม่มีสิทธิปฏิเสธ ไม่ว่าเครื่องมือการชำระเงินนั้นจะถูกคิดค่าธรรมเนียมในอัตราที่ต่างกันก็ตาม เว้นแต่จะได้รับแจ้งจากผู้ให้บริการเป็นอย่างอื่น
1.8 ร้านค้าตกลงแจ้งข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อแผนกบริการลูกค้า ได้แก่ เบอร์โทรศัพท์ Email Address ประเทศที่ร้านค้ามีสถานที่ตั้งอยู่ รายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า/บริการที่นำเสนอขาย สกุลเงินที่นำเสนอขาย เงื่อนไขเกี่ยวกับการสั่งซื้อ นโยบายการส่งสินค้า นโยบายการยกเลิก และคืนสินค้า/บริการ การรับประกันสินค้า/บริการ ให้ผู้ชำระเงินทราบอย่างชัดเจน
1.9 ร้านค้าตกลงว่า ผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน มีสิทธิตรวจสอบจำนวนเงิน/วงเงินของผู้ชำระเงินและพิจารณาอนุมัติการรับชำระเงินตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ผู้ให้บริการ จะแจ้งผลการอนุมัติให้ร้านค้าทราบภายหลังจากที่ได้รับแจ้งผลการอนุมัติแล้ว
1.10 ในกรณีที่มีการอนุมัติการซื้อสินค้า/บริการแล้ว ร้านค้าจะต้องจัดส่งสินค้า/ให้บริการให้กับผู้ชำระเงิน/ให้สิทธิประโยชน์ ตามคำสั่งซื้อสินค้า/บริการนั้นๆ ภายใต้เงื่อนไขที่ได้ประชาสัมพันธ์และ/หรือจัดรายการส่งเสริมการขายไว้ หากร้านค้าไม่สามารถจัดส่งสินค้าไปยังผู้ชำระเงิน และ/หรือให้บริการแก่ผู้ชำระเงิน และ/หรือให้สิทธิประโยชน์ ตามเงื่อนไขที่ได้ประชาสัมพันธ์และ/หรือจัดรายการส่งเสริมการขายไว้ หรือในกรณีที่ผู้ชำระเงินมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสินค้า/บริการของร้านค้า ร้านค้าตกลงจะดำเนินการตรวจสอบและรับผิดชอบต่อผู้ชำระเงินโดยตรง โดยร้านค้าขอรับรองว่าจะไม่กระทำการใดๆ อันมีผลให้ผู้ให้บริการต้องเข้าไปมีส่วนร่วมใดๆในข้อพิพาทระหว่างร้านค้ากับผู้ชำระเงิน และหากร้านค้ามีข้อต่อสู้ และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับผู้ชำระเงินเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก นอกจากนี้ หากผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากการร้องเรียนของผู้ชำระเงิน และ/หรือเรื่องอื่นใดอันเกิดจากการที่ร้านค้าปฏิบัติผิดข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าตกลงรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้บริการจนครบถ้วน
1.11 เมื่อร้านค้าได้รับชำระค่าสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินแล้ว ร้านค้าจะต้องไม่จ่ายเงินให้แก่ผู้ชำระเงินไม่ว่าในรูปแบบใดก็ตาม เช่น เงินสด เงินโอน เป็นต้น เว้นแต่จะเป็นการยกเลิกรายการชำระค่าสินค้า/บริการ ที่ผู้ชำระเงินซื้อ/ขอใช้บริการ หรือตกลงสั่งซื้อ/ขอใช้บริการแล้ว และรายการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวยังไม่ถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้าที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “Void”) หรือการรับคืนสินค้า/ยกเลิกการใช้บริการที่ผู้ชำระเงินซื้อ/ขอใช้บริการ หรือตกลงสั่งซื้อ/ขอใช้บริการ และรายการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้าที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้แล้ว (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “Refund”) ตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อตกลงฯ ฉบับนี้เท่านั้น และจะต้องไม่รับเครื่องมือการชำระเงินแทนการชำระหนี้อื่น ซึ่งไม่ได้เกิดจากการซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้า
การคืนสินค้า ยกเลิกบริการ ลดราคาสินค้า หรือกรณีอื่นใด ซึ่งมีผลให้ผู้ให้บริการต้องหักเงินจากร้านค้าคืนให้กับ ผู้ชำระเงิน ย่อมไม่เป็นผลให้ผู้ให้บริการต้องคืนค่าธรรมเนียมที่ได้เรียกเก็บไว้แล้วแต่อย่างใด
1.12 ทุกครั้งที่ร้านค้าส่งสินค้าไปให้กับผู้ชำระเงิน ร้านค้าจะต้องมีใบตอบรับหรือหลักฐานใดๆ ที่ผู้รับปลายทางลงนามเป็นหลักฐานเพื่อแสดงว่าสินค้านั้นได้ส่งถึงผู้รับแล้ว
1.13 ร้านค้าจะต้องรับชำระค่าสินค้า/บริการ ตามประเภทธุรกิจที่ได้สมัครขอใช้บริการกับผู้ให้บริการเท่านั้น โดยห้ามร้านค้ารับชำระค่าสินค้า/บริการ นอกเหนือที่ได้ตกลงไว้กับผู้ให้บริการ
1.14 ในกรณีที่ร้านค้ามีความประสงค์ขอเปลี่ยนแปลงประเภทธุรกิจ และ/หรือสินค้า/บริการที่นำเสนอขาย และ/หรือวิธีการขาย/ให้บริการ และ/หรือวิธีการชำระเงิน และ/หรือข้อมูล และ/หรือรายละเอียดต่างๆ ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบ ด้วยวิธีการหรือระยะเวลาตามที่ผู้ให้บริการกำหนด และจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ให้บริการก่อนจึงจะสามารถรับชำระค่าสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ร้านค้ามีความประสงค์ขอเพิ่มประเภทบริการ ร้านค้าสามารถติดต่อ Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง ในวันและเวลาทำการของผู้ให้บริการ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่ผู้ให้บริการกำหนด
1.15 กรณีที่ร้านค้าจะรับชำระค่าสินค้า/บริการเกินกว่าจำนวนเงินที่ผู้ให้บริการกำหนด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “วงเงินยอดขาย”) ร้านค้าจะต้องขออนุมัติเพิ่มวงเงินยอดขายจากผู้ให้บริการก่อนตามแบบวิธีที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ผู้ให้บริการมีสิทธิปรับเพิ่ม/ลด วงเงินยอดขายดังกล่าวได้ตามที่ผู้ให้บริการพิจารณาเห็นสมควร โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากร้านค้า
1.16 ร้านค้าเป็นผู้มีหน้าที่ออกใบเสร็จรับเงิน แสดงรายละเอียดการรับชำระเงินให้แก่ผู้ชำระเงิน
1.17 ร้านค้าจะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลของผู้ชำระเงิน ข้อมูลการชำระเงิน และระบบข้อมูลของผู้ให้บริการ ผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน และผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน แก่บุคคลอื่นใด และจะไม่นำไปใช้กับธุรกิจอื่น เว้นแต่ จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูลเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน ในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่นใดได้รับความเสียหาย เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลของร้านค้า ไม่ว่าด้วยเหตุจงใจหรือไม่ก็ตาม ร้านค้าตกลงรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
1.18 ร้านค้ารับทราบและตกลงยอมรับว่าการทำรายการต่างๆ ระหว่างผู้ชำระเงินกับร้านค้าอยู่บนเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook ผู้ให้บริการเป็นเพียงผู้ประมวลผลในข้อมูลบนเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลการทำรายการที่ Facebook นำส่งให้แก่ผู้ให้บริการเท่านั้น ดังนั้น หากมีปัญหา หรือข้อผิดพลาด หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นกับข้อมูลดังกล่าว หรือรายการที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลดังกล่าว หรือจากการใช้เว็บไซต์/Mobile Application ของ Facebook ร้านค้าจะต้องตรวจสอบและโต้แย้งไปยัง Facebook เองโดยตรง และจะไม่กระทำการใดๆ อันมีผลให้ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบในปัญหา หรือข้อผิดพลาด หรือความเสียหายดังกล่าว หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในข้อพิพาทระหว่างร้านค้ากับ Facebook ผู้ชำระเงิน และ/หรือบุคคลอื่นใด และหากร้านค้ามีข้อต่อสู้ และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับคู่พิพาทเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
1.19 ร้านค้าตกลงจัดเก็บข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลการทำรายการ ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งสินค้า/บริการ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ชื่อสินค้า/บริการ ราคา ใบรับประกัน หลักฐานการรับสินค้า/บริการ หลักฐานการส่งสินค้า ใบเสร็จรับเงิน ที่อยู่และรายละเอียดของผู้รับสินค้า/บริการ (หากมี) ทั้งในรูปแบบกายภาพและอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีความปลอดภัยจากการเข้าถึง หรือการเปิดเผยสู่บุคคลใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูล เป็นเวลาอย่างน้อย 10 ปีนับตั้งแต่วันที่มีการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการ รวมถึงไม่จำหน่าย ซื้อ จัดหา และเปลี่ยน หรือกระทำการใดอันเป็นการเปิดเผยข้อมูลของผู้ให้บริการหรือเจ้าของข้อมูล และเมื่อไม่ได้ใช้งานแล้ว ร้านค้าจะต้องลบทำลายข้อมูลดังกล่าวไม่ให้สามารถอ่าน หรือนำไปใช้งานได้อีก และหากมีการละเมิดดังกล่าว ร้านค้าจะต้องทำการแจ้งผู้ให้บริการให้ทราบในทันที
1.20 ในกรณีที่มีเหตุการณ์ลักษณะหนึ่งลักษณะใด ดังต่อไปนี้ ร้านค้าจะต้องติดต่อผู้ให้บริการทันที และตกลงที่จะปฏิบัติต่อผู้ชำระเงินตามวิธีการที่ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบต่อไป ก่อนที่จะขายสินค้า/บริการให้แก่ผู้ชำระเงิน
1.20.1 เมื่อมีเหตุน่าสงสัยว่าผู้ชำระเงินมีพฤติกรรมทุจริต
1.20.2 เมื่อผู้ชำระเงินใช้เครื่องมือการชำระเงินที่ถูกอายัด แจ้งหาย ถูกเพิกถอน หรือระงับการใช้โดยผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย
1.20.3 เมื่อมีเหตุการณ์อื่นๆ ตามที่ผู้ให้บริการจะได้แจ้งให้ทราบเป็นคราวๆ ไป
1.21 ความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูล
1.21.1 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการ เก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลของร้านค้าที่ให้ไว้หรือมีอยู่กับผู้ให้บริการ หรือที่ผู้ให้บริการได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีเงินฝาก สินเชื่อ ธุรกรรมต่างๆ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ และข้อมูลอื่นใดตามที่หน่วยงานหรือคณะกรรมการที่มีอำนาจตามกฎหมายประกาศกำหนด (ซึ่งต่อไปนี้จะรวมเรียกว่า “ข้อมูล”) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการบริหารจัดการธุรกิจของผู้ให้บริการ การพิจารณาเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และข้อเสนอพิเศษต่างๆ ให้แก่ร้านค้า การปฏิบัติตามกฎหมาย การที่ผู้ให้บริการจ้างหรือมอบหมายบุคคลอื่นดำเนินการแทน ไม่ว่างานเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ งานติดต่อสื่อสาร งานติดตามทวงถาม หรืองานอื่นใด ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นอันชอบด้วยกฎหมายของผู้ให้บริการ
1.21.2 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการเปิดเผยข้อมูลให้แก่ Facebook กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยผู้ประมวลผลข้อมูล และผู้มีอำนาจตามกฎหมาย โดยมีวัตถุประสงค์ตามที่กล่าวข้างต้น และยินยอมให้ผู้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลต่อไปได้โดยมีวัตถุประสงค์ที่กล่าวข้างต้นและตามที่ได้แจ้งไว้ต่อผู้ให้บริการ (ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพิจารณาเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และข้อเสนอพิเศษต่างๆ ของผู้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการ)
1.21.3 ร้านค้ายินยอมให้ผู้ให้บริการส่งหรือโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศได้
1.21.4 หากผู้ให้บริการประสงค์ที่จะขอเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลของร้านค้าเพิ่มเติม ร้านค้าตกลงจะให้ข้อมูลกับผู้ให้บริการตามที่ผู้ให้บริการร้องขอ และการให้ข้อมูลที่เพิ่มเติมในภายหลังให้อยู่ภายใต้ข้อกำหนดนี้
1.21.5 ร้านค้ารับทราบว่า ร้านค้าสามารถติดต่อผู้ให้บริการ ที่หมายเลข 02-008-8820
1.22 ผู้ให้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้าที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้กับร้านค้า ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด หากภายหลังรายการดังกล่าวไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร ร้านค้ายินยอมคืนเงินเป็นจำนวนเท่ากับที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บได้นั้นให้กับผู้ให้บริการ พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเข้าบัญชีฝากของร้านค้าที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้ร้านค้า จนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการครบถ้วน
1.23 เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์แห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่งคำสั่งหักเงินให้แก่สถาบันการเงินที่ร้านค้าได้เปิดบัญชีเงินฝากไว้ตามที่กฎหมายกำหนด (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก”) เพื่อหักเงินจากบัญชีเงินฝากของร้านค้าที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบ เพื่อให้ผู้ให้บริการดำเนินการตามวิธีการแห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และเพื่อชำระหนี้และ/หรือความรับผิดชอบของร้านค้าที่มีต่อผู้ให้บริการ/Facebook โดยจะไม่ยกเลิกเพิกถอนจนกว่าจะมีการยกเลิกการใช้บริการ
1.24 ร้านค้ารับทราบและตกลงว่า ในกรณีที่ผู้ให้บริการตรวจพบ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการทำรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่ผิดปกติ หรือไม่ถูกต้อง และอยู่ในระหว่างนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะชะลอการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หรือหากผู้ให้บริการได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้แล้ว ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อ Hold เงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าผู้ให้บริการจะตรวจสอบรายการที่ผิดปกติหรือไม่ถูกต้องดังกล่าวแล้วเสร็จ หากผลการตรวจสอบพบว่าร้านค้ามีการทำรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่ผิดปกติ หรือไม่ถูกต้อง ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อหักเงินจำนวนดังกล่าวคืนทันที
1.25 ร้านค้าตกลงรับทราบว่า การให้บริการของผู้ให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ผู้ให้บริการและร้านค้าจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย คู่มือ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนด/เงื่อนไขใดๆ ของผู้ให้บริการ ผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และหน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแลผู้ให้บริการ ผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน และผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงินดังกล่าว ทั้งที่มีอยู่แล้วขณะนี้และ/หรือจะมีขึ้นในภายหน้า ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย คู่มือ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนด/เงื่อนไขใดๆ ดังกล่าว ร้านค้ายินยอมว่าการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้จะต้องปฏิบัติตามและอยู่ภายใต้กฎหมาย คู่มือ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือข้อกำหนด/เงื่อนไขใดๆ ที่เปลี่ยนแปลงนั้นด้วยโดยทันที ซึ่งผู้ให้บริการจะแจ้งให้ทราบเป็นคราวๆ ไป
1.26 ร้านค้าตกลงไม่ประกอบธุรกิจ และไม่จำหน่ายสินค้า/บริการที่ผิดกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หรือขัดต่อระเบียบข้อบังคับของทางราชการ ผู้ให้บริการ ผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน หรืออาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้ให้บริการ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
- สินค้าที่มีภาระผูกพันตามกฎหมาย เช่น ติดภาระจำนำ จำนอง เช่าซื้อ
- จัดหาคู่
- สินค้าที่เกี่ยวกับภาพลามก อนาจาร
- การพนัน
- ธุรกิจที่หารายได้จากการระดมทุน (Time Sharing Business)
- บุหรี่ ยาสูบ ยาเส้น สารเสพติดทุกชนิด
- สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์
- สินค้าอบายมุข หรือสื่อลามก อนาจาร
- อาวุธ หรือส่วนประกอบของอาวุธ
- ขายยาทุกประเภท
- ร้านค้าที่มีลักษณะเป็น Merchant Aggregator หรือ การที่ร้านค้าเชื่อมต่อระบบของผู้ให้บริการกับร้านค้าย่อย (Sub Merchant) หรือเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ได้ผ่านการลงทะเบียนไว้กับผู้ให้บริการ
1.27 ร้านค้าตกลงปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และไม่กระทำการใดๆ เพื่อเป็นการเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) การรับชำระเงิน โดยไม่ได้มีการซื้อขายและ/หรือให้บริการจริง การฟอกเงิน หรือแบ่งการรับชำระเงินเพื่อให้จำนวนเงินที่ซื้อสินค้า/ใช้บริการไม่เกินกว่าจำนวนเงินตามที่กฎหมายกำหนด
1.28 ในกรณีที่ร้านค้าขายสินค้า/บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีมูลค่าของฐานภาษีต่อปีตามที่ประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ร้านค้าตกลงและยินยอมว่า หากร้านค้าขายสินค้า/บริการและผู้ให้บริการอยู่ในระหว่างการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะชะลอการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หรือหากผู้ให้บริการได้นำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้แล้ว ผู้ให้บริการมีสิทธิส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อ Hold เงินจำนวนดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราว จนกว่าร้านค้าจะดำเนินการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และนำส่งสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ให้บริการเพื่อเป็นหลักฐาน ภายในระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด ทั้งนี้ ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการนำส่งสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าวให้แก่ Facebook ได้ อย่างไรก็ตาม หากร้านค้าไม่นำส่งสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ให้บริการภายในระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนดข้างต้น ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับและ/หรือยกเลิกการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้กับร้านค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวร้านค้าล่วงหน้า โดยผู้ให้บริการจะนำเงินที่ได้ชะลอการนำเข้าบัญชีเงินฝากไว้ตามข้างต้นเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หรือส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อปลด Hold เงินจำนวนดังกล่าวต่อไป
1.29 หากร้านค้าฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน กำหนดไว้สำหรับการชำระค่าสินค้า/บริการผ่านระบบของผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ทั้งที่มีอยู่ในขณะทำข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หรือที่จะออกใช้บังคับเพิ่มเติมในภายหน้า ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับและ/หรือยกเลิกการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้กับร้านค้าได้ทันทีโดยไม่ต้องบอกกล่าวร้านค้าล่วงหน้า ทั้งนี้ หากการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามดังกล่าวเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือถูกเรียกเก็บค่าปรับ และ/หรือค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ (หากมี) มายังผู้ให้บริการแล้ว ร้านค้าตกลงยินยอมรับผิดชอบชดใช้เงินคืนเป็นจำนวนเท่ากับที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บได้นั้น และ/หรือจำนวนเท่ากับค่าปรับ และ/หรือค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเข้าบัญชีให้ร้านค้า หรือวันที่ผู้ให้บริการได้ชำระค่าปรับ และ/หรือค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าว จนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการครบถ้วน
1.30 ในกรณีที่พนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของร้านค้าเป็นผู้กระทำทุจริต และ/หรือมีส่วนในการให้ความร่วมมือกับกลุ่มผู้ทุจริต ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม เป็นเหตุให้ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทผู้ออกบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ร้านค้ายินยอมคืนเงินเป็นจำนวนเท่ากับที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บได้นั้นให้กับผู้ให้บริการ พร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเข้าบัญชีให้ร้านค้า จนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการครบถ้วน
1.31 หากผู้ให้บริการได้ใช้ดุลยพินิจในการส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เพื่อทำรายการต่างๆ ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หรือกรณีที่ร้านค้าจะต้องคืนเงินและ/หรือชดใช้และ/หรือชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้/Facebook ร้านค้ายินยอมให้เป็นสิทธิของผู้ให้บริการที่จะส่งคำสั่งให้แก่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากเพื่อกันเงินฝากหรือระงับการเบิกถอนและหักเงิน จากบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือบัญชีอื่นใดที่ร้านค้ามีอยู่กับธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก และ/หรือเงินจำนวนหนึ่งจำนวนใดที่แสดงว่าร้านค้าเป็นเจ้าของหรือมีสิทธิที่จะได้รับจากผู้ให้บริการ และ/หรือธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก เพื่อชำระหนี้ดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยทั้งหมด (หากมี) ได้ทันที ในกรณีที่ปรากฏว่าเงินในบัญชีเงินฝากทุกประเภท และ/หรือ จำนวนหนึ่งจำนวนใดดังกล่าวของร้านค้าไม่มีให้หักหรือมีแต่ไม่พอให้หักชำระหนี้ได้ครบถ้วน ร้านค้าตกลงจะชำระหนี้ที่ค้างชำระดังกล่าว คืนให้แก่ผู้ให้บริการ
1.32 ในกรณีที่ร้านค้าแจ้งการเปลี่ยนแปลงบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าเมื่อใดและด้วยเหตุประการใดก็ตาม ให้ความในข้อตกลงฯ ฉบับนี้มีผลบังคับใช้สำหรับบัญชีเงินฝากที่ได้เปลี่ยนแปลงทุกประการ
1.33 ในกรณีที่ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากไม่สามารถหักเงินจากบัญชีเงินฝากของร้านค้าเพื่อให้ผู้ให้บริการดำเนินการตามวิธีการแห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือเพื่อชำระหนี้ และ/หรือความรับผิดชอบของร้านค้า ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือที่มีอยู่กับ Facebook ได้ ร้านค้าจะไม่สามารถใช้บริการในครั้งนั้นๆ ได้
1.34 ร้านค้าตกลงยินยอมว่า การให้บริการและดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนช่องทางการให้บริการต่างๆ ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ที่ผู้ให้บริการจัดทำขึ้นเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับร้านค้า ความรับผิดตามธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ร้านค้าและผู้ให้บริการแต่ละฝ่ายต้องรับผิดชอบต่ออีกฝ่ายในความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการที่ฝ่ายตนกระทำโดยผิดพลาดหรือประมาทเลินเล่อ หรือปฏิบัติผิดข้อตกลง หรือการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ต้องรับผิดชอบต่ออีกฝ่ายหนึ่งในความเสียหายที่เกิดจากเหตุสุดวิสัย หรือด้วยเหตุอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนืออำนาจควบคุมสั่งการของฝ่ายตน
นอกจากนี้ เนื่องจากการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นการใช้บริการผ่านเครื่องมือโอนเงินของ Facebook โดยผู้ให้บริการไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในสัญญา ข้อกําหนด หรือสิทธิและหน้าที่ต่างๆ ระหว่างร้านค้าและ Facebook กรณีที่มีปัญหา หรือข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือโอนเงิน หรือมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการใช้เครื่องมือโอนเงินหรือจากการกระทำหรืองดเว้นการกระทำของ Facebook ร้านค้าจะต้องตรวจสอบและโต้แย้งไปยัง Facebook เองโดยตรง และจะไม่กระทำการใดๆ อันมีผลให้ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบในปัญหา หรือข้อผิดพลาด หรือความเสียหายดังกล่าว หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในข้อพิพาทระหว่างร้านค้ากับ Facebook และ/หรือบุคคลอื่นใด และหากร้านค้ามีข้อต่อสู้ และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับคู่พิพาทเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
1.35 ร้านค้าตกลงและรับทราบว่า ผู้ให้บริการจะดำเนินการตามคำสั่ง/คำขอ/รายละเอียดใดๆ ที่ผู้ให้บริการได้รับผ่านเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ โดยผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องแท้จริงและความครบถ้วนของคำสั่ง/คำขอ/รายละเอียดดังกล่าว ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ข้อมูลการชำระค่าสินค้า/บริการ ที่ผู้ให้บริการได้รับ หากเกิดความเสียหายใดๆ เนื่องจากการดำเนินการตามคำสั่ง/คำขอ/รายละเอียดดังกล่าว ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
1.36 ร้านค้ายอมรับว่า กรณีเกิดรายการชำระค่าสินค้า/บริการหรือรายการโอนเงินผ่านการให้บริการต่างๆ ภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ อันมีสาเหตุเครื่องมือโอนเงินสูญหาย หรือถูกโจรกรรม ร้านค้ายอมรับผิดตามจำนวนเงินที่ชำระ/โอนนั้น ที่เกิดก่อนผู้ให้บริการจะดำเนินการอายัดหรือระงับการใช้เครื่องมือโอนเงิน หรือดำเนินการอายัดหรือระงับการชำระค่าสินค้า/บริการหรือการโอนเงินที่มีข้อตกลงล่วงหน้า แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ได้กำหนด
1.37 เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน (ปปง.) ร้านค้าขอรับรองว่าร้านค้าสมัครใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้เพื่อวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการค้าขายออนไลน์บนเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook ซึ่งมีสถานที่ทำงานตามที่อยู่ของร้านค้าที่กรอกข้อมูลเพื่อสมัครบริการรับชำระค่าสินค้า/บริการบน Facebook กับผู้ให้บริการ และมีแหล่งที่มาของเงินได้จากการขายสินค้าออนไลน์ในประเทศไทย เป็นจำนวนเงินที่คาดการณ์ไว้ประมาณ 50,000 (ห้าหมื่น) บาทต่อเดือน โดยร้านค้าเป็นผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงจากการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายร้องขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม ร้านค้าตกลงจะให้ข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติมดังกล่าวตามที่มีการร้องขอ
1.38 ร้านค้ารับรองว่า บรรดาเอกสาร ข้อมูล รายละเอียดใดๆ ที่ปรากฏ และ/หรือ ที่ได้มีการจัดส่งมาให้ผู้ให้บริการ ไม่ว่าจะส่งมาในรูปแบบใดและไม่ว่าจะส่งด้วยตัวร้านค้าเองหรือบุคคลที่ร้านค้ามอบหมาย เป็นข้อมูลของร้านค้าที่มีความครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง และเป็นปัจจุบัน และเป็นข้อมูลที่ผู้ให้บริการสามารถนำมาใช้ในการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และนำมาปรับปรุงข้อมูลในระบบของผู้ให้บริการให้เป็นปัจจุบันได้ โดยร้านค้ามีสิทธิและมีความสามารถตามกฎหมายในการขอใช้บริการ และการทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ โดยผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่จะต้องตรวจสอบความครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง และเป็นปัจจุบัน ของเอกสาร ข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ ดังกล่าว ทั้งนี้ หากเกิดความเสียหายใดๆ เนื่องจากเอกสาร ข้อมูล หรือรายละเอียดดังกล่าวไม่ครบถ้วน ถูกต้องแท้จริง และเป็นปัจจุบัน หรือร้านค้าไม่มีสิทธิหรือไม่มีความสามารถตามกฎหมายในการขอใช้บริการ และการทำธุรกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าตกลงเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว
1.39 เว้นแต่ผู้ให้บริการจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในกรณีที่ร้านค้าพบข้อผิดพลาดใดๆ จากการดำเนินการ หรือในกรณีที่มีเหตุที่ต้องระงับการดำเนินการภายใต้การให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ เป็นการชั่วคราว ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือในกรณีการยกเลิกการระงับการดำเนินการดังกล่าว ร้านค้าสามารถติดต่อผู้ให้บริการได้ที่ Contact Center หมายเลข 02-008-8820 ตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อร้านค้าดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการที่ผู้ให้บริการกำหนดครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ผู้ให้บริการตกลงดำเนินการระงับการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามระยะเวลาที่ผู้ให้บริการได้แจ้งแก่ร้านค้านั้น โดยร้านค้ายังคงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ และรายการธุรกรรมที่ได้เกิดขึ้นก่อนครบกำหนดระยะเวลาที่ผู้ให้บริการจะมีการระงับการดำเนินการตามที่ได้รับแจ้งดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขอสงวนสิทธิในการเพิกเฉยต่อคำร้องขอใดๆ ที่ขัดต่อข้อกำหนด/หลักเกณฑ์ของผู้ให้บริการ ทางราชการ หน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลผู้ให้บริการ และ/หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
1.40 ในกรณีที่เกิดความผิดพลาดในการโอนเงินเข้า และ/หรือส่งคำสั่งให้ธนาคารเจ้าของบัญชีดำเนินการหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีอำนาจแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นให้ถูกต้องได้ตามความเป็นจริง ตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร เพื่อเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้ทันที โดยมิจำต้องแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า
1.41 ในกรณีที่มีความผิดพลาดในการหักเงิน และ/หรือโอนเงิน หากความผิดพลาดดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ให้บริการ ร้านค้าตกลงจะดำเนินการเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวจาก หรือคืนเงินให้แก่ คู่พิพาทของร้านค้าโดยตรง โดยร้านค้าขอสละสิทธิในการเรียกร้องให้มีการหัก หรือถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของคู่พิพาทคืนให้แก่ร้านค้า และขอสละสิทธิในการเรียกร้องหรือฟ้องร้องให้ผู้ให้บริการชดใช้เงินจำนวนดังกล่าว อีกทั้งร้านค้าขอรับรองว่าจะไม่กระทำการใดๆ อันมีผลให้ผู้ให้บริการต้องเข้ามีส่วนร่วมใดๆ ในข้อพิพาทระหว่างร้านค้า กับคู่พิพาท และหากร้านค้ามีข้อต่อสู้ และ/หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ ก็จะไปว่ากล่าวกันเองกับคู่พิพาทดังกล่าวเป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก
1.42 ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่นใดอันทำให้ผู้ให้บริการไม่สามารถดำเนินการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้ ร้านค้าตกลงให้ผู้ให้บริการพิจารณาให้บริการ หรือดำเนินการตามที่เห็นสมควร เพื่อให้การให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้ โดยร้านค้าตกลงยินยอมที่จะให้ความร่วมมือแก่ผู้ให้บริการอย่างเต็มที่และทุกวิถีทางในการปรับปรุงวิธีการให้บริการของผู้ให้บริการเพื่อความสะดวกของร้านค้าในการใช้บริการต่างๆ ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้
1.43 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ตัวแทนของผู้ให้บริการ และ/หรือผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย และ/หรือผู้ตรวจสอบ และ/หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแลผู้ให้บริการ เข้าทำการตรวจสอบการดำเนินงาน ระบบการควบคุมภายในต่างๆ ของร้านค้า รวมทั้งการเรียกดูข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการใช้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ตามที่มีการร้องขอ
1.44 ในกรณีที่ (1) ผู้ให้บริการได้ออกหรือร่วมออก บริการและ/หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือช่องทางรับชำระเงินอื่นๆ อีก และ/หรือ (2) ผู้ให้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงินอื่น ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไร ภายหลังจากที่ทำข้อตกลงฯ ฉบับนี้แล้ว และ/หรือ (3) ผู้ให้บริการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการให้บริการ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการ และ/หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือช่องทางรับชำระเงิน และ/หรือคู่มือต่างๆ (หากมี) ที่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ร้านค้าเสียประโยชน์ ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบพร้อมด้วยข้อกำหนดและเงื่อนไข และคู่มือ (หากมี) ที่เปลี่ยนแปลงนั้น ถ้าร้านค้าได้ใช้บริการ และ/หรือได้ยอมรับการดำเนินการตามโครงการ และ/หรือยอมรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเครื่องมือการชำระเงิน และ/หรือใช้ช่องทางรับชำระเงินดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการกำหนดแล้ว ร้านค้าตกลงให้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงต่อไปในภายหน้า รวมทั้งข้อกำหนดและเงื่อนไขการให้บริการ และ/หรือเงื่อนไขของโครงการ และ/หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการรับเครื่องมือการชำระเงิน และ/ช่องทางรับชำระเงิน และคู่มือการรับเครื่องมือการชำระเงินและ/หรือช่องทางรับชำระเงินนั้นๆ (หากมี) มีผลใช้บังคับกับบริการ และ/หรือโครงการ และ/หรือเครื่องมือการชำระเงินและ/หรือการใช้ช่องทางรับชำระเงินดังกล่าวนั้นด้วยทุกประการ โดยร้านค้าไม่จำเป็นต้องทำความตกลงกับผู้ให้บริการเป็นลายลักษณ์อักษรอีกแต่อย่างใด
1.45 ร้านค้าตกลงยินยอมว่า ผู้ให้บริการมีสิทธิโอนสิทธิ และ/หรือประโยชน์ และ/หรือหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนที่มีอยู่ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้แก่บุคคล และ/หรือสถาบันการเงินใดๆ ก็ได้ตามที่ผู้ให้บริการพิจารณาเห็นสมควร โดยไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากร้านค้าแต่อย่างใดทั้งสิ้น แต่ร้านค้าจะโอนสิทธิ และ/หรือประโยชน์ และ/หรือหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนที่มีอยู่ตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้แก่บุคคล และ/หรือสถาบันการเงินใดๆ ไม่ได้โดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากผู้ให้บริการตามกระบวนการที่ผู้ให้บริการกำหนด
1.46 การล่าช้า หรืองดเว้นใดๆ ในการใช้สิทธิของผู้ให้บริการตามกฎหมายหรือตามเงื่อนไขต่างๆ ตลอดจนคู่มือ ระเบียบ และบันทึกเสียงของผู้ให้บริการในระบบโทรศัพท์ ไม่ถือว่าผู้ให้บริการสละสิทธิ หรือให้ความยินยอมในการดำเนินการใดๆ แก่ร้านค้าแต่ประการใด
1.47 ร้านค้าจะต้องให้ความสะดวกและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบรายละเอียดการชำระเงินเมื่อได้รับการร้องขอจากผู้ชำระเงิน และ/หรือผู้ให้บริการ และหากมีข้อสงสัยใดๆ เพิ่มเติมให้ผู้ชำระเงินติดต่อผู้ให้บริการที่ Contact Center หมายเลข 02-008-8820ตลอด 24 ชั่วโมง
1.48 บรรดาหนังสือ จดหมาย คำบอกกล่าว ข้อกำหนดและเงื่อนไข ข้อมูลใดๆ ที่ (ก) ผู้ให้บริการได้ส่งให้ร้านค้าผ่าน Facebook หรือ (ข) ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถส่งผ่าน Facebook ได้ ผู้ให้บริการได้ส่งให้ร้านค้าโดยส่งเองหรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนไปยังที่อยู่ที่ระบุบนเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนด หรือส่งเป็น Email ไปยัง Email Address ที่ระบุบนเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนด หรือส่ง Short Message Service (SMS) ไปยังหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่ระบุบนเว็บไซต์/ Mobile Application ของ Facebook และ/หรือ ช่องทางอื่นๆ ที่ผู้ให้บริการกำหนด (ซึ่งต่อไปนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะรวมเรียกที่ว่า “ช่องทางรับข้อมูล”) ให้ถือว่าได้ส่งให้แก่ร้านค้าโดยชอบแล้ว ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจะมีผู้รับไว้หรือไม่ และแม้ว่าส่งให้ไม่ได้เพราะช่องทางรับข้อมูลถูกย้ายหรือถูกเปลี่ยนแปลงไปหรือถูกรื้อถอน โดยร้านค้าไม่ได้แจ้งการย้าย การเปลี่ยนแปลง หรือการรื้อถอนนั้นให้ผู้ให้บริการทราบก็ดี หรือส่งให้ไม่ได้เพราะหาช่องทางรับข้อมูลไม่พบก็ดี ให้ถือว่าร้านค้าได้รับและทราบหนังสือ จดหมาย คำบอกกล่าว หรือข้อมูลดังกล่าวแล้วโดยชอบ ทั้งนี้ หากมีการย้าย การเปลี่ยนแปลง หรือการรื้อถอนช่องทางรับข้อมูล ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทันที
1.49 ในกรณีที่ข้อตกลงเฉพาะ ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ ให้ใช้บังคับตามข้อตกลงทั่วไป ในกรณีที่ข้อตกลงเฉพาะดังกล่าวระบุรายละเอียดในเรื่องใดไว้เป็นการเฉพาะ หรือขัดหรือแย้งกับ หรือไม่ตรงกับข้อตกลงทั่วไป ให้ใช้บังคับตามข้อตกลงเฉพาะ แต่หากมีความไม่ชัดเจนระหว่างข้อตกลงทั่วไปกับข้อตกลงเฉพาะ ร้านค้าตกลงยินยอมปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ให้บริการทุกประการ
1.50 ถ้าในเวลาใดก็ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ กลายเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ในประการใด ๆ ให้ข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ ที่เหลือ (แล้วแต่กรณี) ยังคงชอบด้วยกฎหมาย สมบูรณ์ และใช้บังคับได้ตามกฎหมาย และไม่เสียไปเพราะความเป็นโมฆะ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่สมบูรณ์ หรือใช้บังคับมิได้ของข้อกำหนดและเงื่อนไขดังกล่าวนั้น
1.51 ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้ใช้บังคับและตีความตามกฎหมายไทย และให้ศาลไทยเป็นศาลที่มีเขตอำนาจในการพิจารณาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้
ข้อ 2. ค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร
2.1 ร้านค้าตกลงชำระค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ (หากมี) ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการนี้ ตามที่ผู้ให้บริการกำหนดและแจ้งให้ร้านค้าทราบ ทั้งที่มีอยู่แล้วในขณะนี้ และที่ผู้ให้บริการจะกำหนดขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงในภายหน้าตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควรทุกประการ
ทั้งนี้ ร้านค้ารับทราบและตกลงว่าเป็นสิทธิและดุลยพินิจโดยลำพังของผู้ให้บริการที่จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ และ/หรือวิธีการคำนวณ ตามที่ผู้ให้บริการพิจารณาเห็นสมควรเมื่อใดก็ได้ โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบ หรือประกาศที่เว็บไซต์ของผู้ให้บริการ เป็นคราวๆ ไป โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฯ ฉบับนี้ด้วย เว้นแต่การเปลี่ยนแปลงนั้น ทำให้ร้านค้าได้รับประโยชน์ ผู้ให้บริการไม่จำเป็นต้องบอกกล่าวให้ทราบล่วงหน้าแต่อย่างใด และถือว่าร้านค้าตกลงยินยอมด้วยทุกประการ
2.2 ภาษีอากร ค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมทั้งค่าฤชาธรรมเนียมใดๆ อันจะพึงมีตามกฎหมาย ร้านค้ายินยอมรับผิดชอบแต่ฝ่ายเดียว
2.3 กรณีที่ร้านค้าไม่ชำระค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร/ฤชาธรรมเนียม (หากมี) ตามที่กำหนดในข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือที่มีอยู่กับ Facebook ร้านค้าตกลงยอมรับว่าร้านค้ามีภาระหนี้ค้างชำระกับผู้ให้บริการ และ/หรือFacebook ตามจำนวนเงินดังกล่าว ซึ่งเป็นหนี้ที่ถึงกำหนดชำระโดยพลัน โดยร้านค้าตกลงชำระหนี้ดังกล่าวคืนให้แก่ผู้ให้บริการ และ/หรือFacebook พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการ และ/หรือ Facebook ครบถ้วน
ข้อ 3. การเปลี่ยนแปลง/ระงับ/ยกเลิกการให้บริการ
3.1 ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ได้ตามแต่ผู้ให้บริการจะเห็นสมควร โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบเป็นคราวๆ โดยให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงฯ ฉบับนี้ด้วย
3.2 ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะระงับ และ/หรือเปลี่ยนแปลง และ/หรือยกเลิกการให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือเฉพาะแต่ร้านค้ารายใดรายหนึ่ง หรือเมื่อใดก็ได้ โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ร้านค้าทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ ในกรณีดังต่อไปนี้ ร้านค้าตกลงยินยอมให้เป็นดุลยพินิจของผู้ให้บริการในการพิจารณาระงับ และ/หรือเปลี่ยนแปลง และ/หรือยกเลิกการให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันทีตามที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร โดยร้านค้าตกลงยอมรับว่า ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใดๆ ที่เกิดจากการดำเนินการตามข้อนี้ (หากมี)
3.2.1 ข้อมูล รายละเอียด คำรับรอง หรือคำยืนยันใดๆ ที่ร้านค้าให้ไว้ ไม่เป็นความจริง ไม่ถูกต้อง หรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญ
3.2.2 ในกรณีที่ร้านค้ามียอดรับชำระค่าสินค้า/บริการรายเดือนเท่ากับวงเงินยอดขายแล้ว และ/หรือมีรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการผิดปกติ
3.2.3 หากปรากฏข้อเท็จจริงที่ผู้ให้บริการเชื่อได้ว่า ข้อมูล และ/หรือรายละเอียดต่างๆ ที่ร้านค้าแจ้งแก่ผู้ให้บริการให้ดำเนินการ หรือการให้บริการรับชำระค่าสินค้า/บริการ อาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางที่ไม่เป็นคุณเกิดขึ้น หรืออาจกระทบต่อสิทธิของผู้ให้บริการหรือบุคคลอื่น หรือมีความเสี่ยงว่าร้านค้าอาจมีวัตถุประสงค์อันมิชอบตามกฎหมาย หรืออาจขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจทำให้ผู้ให้บริการปฏิบัติผิดกฎหมาย และ/หรือกฎข้อบังคับ และ/หรือคำสั่งใดๆ และ/หรือคำขอความร่วมมือใดๆ และกฎหรือคำสั่งใดๆ ของผู้ออกบัตร บริษัทบัตรเครดิต ผู้ให้บริการเงินโอน ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ตรวจสอบ และ/หรือหน่วยงานผู้มีอำนาจควบคุมหรือกำกับดูแลผู้ให้บริการ
3.2.4 ร้านค้าปฏิบัติผิดข้อตกลงฯ ฉบับนี้ไม่ว่าข้อหนึ่งข้อใด ซึ่งรวมถึงการไม่ชำระค่าธรรมเนียม/ค่าบริการ/ค่าใช้จ่าย/ค่าปรับ/ภาษีอากร (หากมี) ที่เกิดขึ้นด้วย
3.2.5 ร้านค้ามีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นหรืออาจจะเกิดขึ้นอันทำให้ผู้ให้บริการเห็นว่าจะมีผลกระทบต่อการดำเนินกิจการหรือความสามารถในการชำระหนี้ของร้านค้า เช่น มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ หรือร้านค้าผิดนัดชำระหนี้กับผู้ให้บริการ หรือเจ้าหนี้รายอื่น หรือร้านค้าถูกฟ้องร้องในคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย หรือมีการดำเนินการเพื่อขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลตามกฎหมายล้มละลาย หรือถูกดำเนินคดีอาญา หรือเป็นบุคคลที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐมีคำสั่งให้ยึด/อายัดทรัพย์สิน หรือเสียชีวิต (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือร้านค้าเลิกกิจการ ถูกเพิกถอนทะเบียน หรือถูกระงับไม่ให้ดำเนินธุรกิจ หรือมีการชำระบัญชี
3.2.6 ผู้ให้บริการไม่สามารถส่งคำสั่งให้ธนาคารเจ้าของบัญชีดำเนินการหักเงิน เพื่อคืนเงินและ/หรือชดใช้และ/หรือชำระหนี้ให้แก่ผู้ให้บริการ/Facebook และ/หรือเพื่อให้ผู้ให้บริการให้บริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ได้
3.2.7 ผู้ให้บริการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งและ/หรือการขอความร่วมมือของศาล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่กำกับดูแลผู้ให้บริการ
3.3 หากร้านค้าประสงค์จะยกเลิกการใช้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ร้านค้าจะต้องแจ้งให้ผู้ให้บริการและ/หรือ Facebook ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางที่ผู้ให้บริการกำหนด และดำเนินการต่างๆ ตามกระบวนการของผู้ให้บริการ โดยร้านค้าจะต้องส่งคำขอโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการที่คงเหลือทั้งหมด (หากมี) เพื่อให้ผู้ให้บริการโอนเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ให้เรียบร้อยก่อน ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะดำเนินการยกเลิกการใช้บริการ ตามความประสงค์ของร้านค้าโดยเร็ว
3.4 กรณีที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ไม่เป็นการยกเลิกภาระหน้าที่ใดๆ ซึ่งร้านค้ายังปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามข้อผูกพันแห่งข้อตกลงฯ ฉบับนี้ จนกว่าร้านค้าจะปฏิบัติภาระหน้าที่ดังกล่าว จนครบถ้วนแล้ว
3.5 กรณีร้านค้าสิ้นสภาพการเป็นร้านค้ากับผู้ให้บริการ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้ให้บริการมีสิทธิที่จะแจ้งให้กับผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิต และ/หรือผู้ให้บริการเงินโอน และ/หรือผู้ให้บริการเครื่องมือการชำระเงิน ทราบได้ทุกประการ
3.6 ในกรณีที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ร้านค้าจะต้องส่ง เครื่องหมายสัญลักษณ์ต่างๆ คืนให้แก่ผู้ให้บริการในสภาพสมบูรณ์ในวันที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลง

ข้อตกลงเฉพาะ

ข้อตกลงเกี่ยวกับการรับชำระด้วยบัตรเครดิต
1. ร้านค้าจะต้องแสดงข้อความให้ผู้ชำระเงินยินยอมให้เรียกเก็บเงินผ่านบัตรเครดิตตามหมายเลขบัตรที่ได้แจ้งให้ไว้กับผู้ให้บริการด้วย
2. ในกรณีที่ร้านค้าขายสินค้า/บริการโดยมีข้อตกลงกับผู้ชำระเงินที่ให้ผู้ชำระเงินสั่งซื้อสินค้า หรือใช้บริการโดยการแจ้งหมายเลขบัตรเครดิตด้วยวาจา หรือลายลักษณ์อักษรให้ร้านค้า ถ้าหากผู้ให้บริการได้รับแจ้งจากผู้ชำระเงินว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้า หรือไม่ได้เป็นผู้ขอรับบริการจากร้านค้า ผู้ให้บริการจะระงับการเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงินทันที หรือในกรณีที่เรียกเก็บเงินไปแล้ว ผู้ให้บริการจะคืนเงินให้กับผู้ชำระเงินเต็มจำนวนที่ผู้ชำระเงินถูกเรียกเก็บเงิน โดยร้านค้า ตกลงยินยอมคืนเงินจำนวนดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการขายสินค้าหรือใช้บริการของรายการนั้น ได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย เป็นต้นให้แก่ผู้ให้บริการทันที โดยผู้ให้บริการไม่ต้องทำหลักฐานใด ๆ ให้แก่ร้านค้าอีกทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากร้านค้าพิสูจน์ได้ว่าผู้ชำระเงินเป็นผู้สั่งซื้อสินค้า หรือเป็นผู้ขอรับบริการจากร้านค้าแล้ว ร้านค้าจะใช้สิทธิเรียกคืนจากผู้ชำระเงินในภายหลัง
ในกรณีที่ผู้ให้บริการได้รับแจ้งจากผู้ชำระเงินว่าขอยกเลิกการซื้อสินค้า หรือการขอรับบริการในระยะเวลา 45 (สี่สิบห้า) วัน นับแต่วันที่สั่งซื้อสินค้าหรือขอรับบริการ หรือภายในระยะเวลา 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันถึงกำหนดส่งมอบสินค้า/บริการ ในกรณีที่มีการกำหนดระยะเวลาส่งมอบสินค้า/บริการเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าผู้ชำระเงินพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้รับสินค้า หรือไม่ได้รับบริการ หรือได้รับแต่ไม่ตรงตามกำหนดเวลา หรือได้รับแล้วแต่ไม่ครบถ้วน หรือชำรุดบกพร่อง หรือไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการระงับการเรียกเก็บเงินจากผู้ชำระเงิน หรือในกรณีที่เรียกเก็บเงินไปแล้ว ถ้าเป็นการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการภายในประเทศ ยินยอมให้ผู้ให้บริการคืนเงินให้กับผู้ชำระเงิน โดยร้านค้าตกลงยินยอมคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้ให้บริการ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ จนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการเสร็จสิ้น
3. หากร้านค้ามีความประสงค์จะ Void ร้านค้าจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนด ก่อนเวลา Cut-off time ที่กำหนดในตาราง “Settlement” ของวันเดียวกันกับวันที่มีการทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการนั้น
หากร้านค้ามีความประสงค์จะ Refund ให้แก่ผู้ชำระเงินที่ทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการก่อนเวลา Cut-off time ดังกล่าว ร้านค้าจะต้องมีรายการรับชำระค่าสินค้า/บริการ ภายหลังเวลา Cut-off time ดังกล่าว เป็นจำนวนเงินมากกว่าหรือเท่ากับจำนวนเงินที่ร้านค้าจะทำการ Refund ให้แก่ผู้ชำระเงินก่อน ร้านค้าจึงจะดำเนินการ Refund ตามวิธีการที่ผู้ให้บริการกำหนดได้ โดยผู้ให้บริการจะหักเงินตามจำนวนที่ร้านค้าแจ้ง Refund จากค่าสินค้า/บริการ ที่ร้านค้าได้รับภายหลังเวลา Cut-off time ดังกล่าว คืนให้แก่ผู้ชำระเงิน และจะนำค่าสินค้า/บริการ ที่ร้านค้าได้รับจำนวนที่คงเหลือ (หากมี) เข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้
ทั้งนี้ ร้านค้าตกลงว่า ผู้ให้บริการไม่ต้องคืนค่าธรรมเนียมที่ผู้ให้บริการเรียกเก็บจากร้านค้าไว้แล้วแต่ประการใด ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ร้านค้าตกลงจะไม่คืนค่าสินค้า/บริการ ที่ได้รับ เป็นเงินสด เช็ค และ/หรือตราสารหนี้อื่น แก่ผู้ชำระเงิน และหากร้านค้าไม่ต้องการรับคืนสินค้าที่ผู้ชำระเงินซื้อ หรือตกลงสั่งซื้อแล้ว ให้เขียนคำว่า “NO REFUND” (ไม่รับคืนสินค้า) หรือข้อความที่มีความหมายอย่างเดียวกันให้ผู้ชำระเงินทราบโดยชัดเจน
4. ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามจำนวนเงินที่ปรากฏในใบเรียกเก็บเงิน (Statement) ได้เนื่องจากเหตุดังต่อไปนี้ ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการปฏิเสธการจ่ายเงิน หรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ หรือในกรณีที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าหรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวไปก่อนแล้ว ร้านค้าตกลงจะคืนเงินเท่ากับจำนวนเงินที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้นั้นให้กับผู้ให้บริการ พร้อมทั้งยินยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ผู้ให้บริการจ่ายเงินให้แก่ร้านค้า หรือนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากดังกล่าวจนกว่าจะชำระให้ผู้ให้บริการเสร็จสิ้น
4.1 กรณีผู้ให้บริการได้รับข้อมูลการชำระเงินแล้วเห็นว่ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้และ/หรือความสมบูรณ์ของบัตรเครดิต หรือด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม และ/หรือต่อมาได้ตรวจพบว่ามีการใช้บัตรเครดิตโดยทุจริต หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้ และ/หรือความสมบูรณ์ของบัตรเครดิต
4.2 ผู้รับปลายทางไม่ได้รับสินค้าและร้านค้าไม่มีใบตอบรับมายืนยัน หรือผู้รับปลายทางไม่ได้รับสินค้าไม่ว่าด้วยเหตุประการใดก็ตาม
4.3 ร้านค้าไม่สามารถจัดหาหรือส่งสินค้า/บริการ และ/หรือสินค้า/บริการที่จัดหาหรือส่งเป็นสินค้าด้อยคุณภาพ ไม่เป็นไปตามข้อตกลงซื้อขายสินค้าระหว่างร้านค้าและผู้ชำระเงิน อันเป็นเหตุให้ผู้ชำระเงินปฏิเสธที่จะรับสินค้า/บริการ และต้องการยกเลิกข้อตกลงซื้อสินค้า/บริการดังกล่าว
4.4 เหตุอื่นใดที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามคำสั่งซื้อสินค้า/บริการได้ หรือเหตุอื่นใดที่ผู้ให้บริการจะต้องคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงิน
5. หากผู้ให้บริการตรวจสอบพบว่า ร้านค้าหรือเจ้าของร้านค้ารวมถึงผู้เกี่ยวข้องของร้านค้า มีการใช้บัตรเครดิตตนเอง สั่งซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าของตนบ่อยครั้งจำนวนมากผิดปกติ หรือมียอดทำรายการขายที่สูงผิดปกติ และ/หรือไม่ใช่เป็นการซื้อสินค้า/บริการจากร้านค้าจริง โดยหวังประโยชน์เป็นอย่างอื่น ผู้ให้บริการสามารถยกเลิกการเป็นสมาชิกร้านค้าได้ทันที และในกรณีผู้ให้บริการได้รับความเสียหายจากรายการใช้บัตรเครดิตตามที่กล่าวไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ร้านค้าตกลงยินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้แก่ผู้ให้บริการทั้งสิ้นทุกจำนวน ทั้งนี้ ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่ผู้ให้บริการดำเนินคดีกับร้านค้าอีกต่างหาก
6. ในกรณีที่มีรายการรับบัตรเครดิตไม่ถูกต้อง และอยู่ในระหว่างเข้าบัญชีเรียกเก็บจากผู้ให้บริการ ผู้ให้บริการมีสิทธิระงับการเข้าบัญชีให้กับร้านค้า หรือในกรณีที่ผู้ให้บริการได้นำเข้าบัญชีให้กับร้านค้าไปแล้ว ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการส่งคำสั่งให้ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากหักเงินจากบัญชีเงินฝากของร้านค้าคืนให้กับผู้ชำระเงินหรือผู้ออกบัตรได้ทันที
ในกรณีร้านค้าได้นำรายการรับบัตรเครดิตที่ไม่ถูกต้องไม่ตรงกับข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และที่ผ่านมาร้านค้าสามารถนำรายการรับบัตรเครดิตดังกล่าวนั้นเข้าบัญชีกับผู้ให้บริการได้ ไม่ถือว่าผู้ให้บริการได้ตกลงยินยอมด้วยแต่อย่างใดผู้ให้บริการมีสิทธิแจ้งยกเลิกหรือไม่รับเข้าบัญชี หรือสามารถหักรายการรับบัตรเครดิตดังกล่าวกลับคืนได้ เมื่อ ผู้ให้บริการได้ตรวจพบรายการรับบัตรเครดิตที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวได้ทันที โดยร้านค้าตกลงที่จะไม่นำรายการรับบัตรเครดิตที่ไม่ถูกต้องที่ผ่านมาแล้วนั้น ใช้เป็นข้ออ้างว่าผู้ให้บริการได้ตกลงยินยอมให้ร้านค้าดำเนินการดังกล่าวได้
7. ในกรณีที่ผู้ออกบัตร และ/หรือบริษัทบัตรเครดิตร้องขอ ร้านค้ามีหน้าที่จัดส่งข้อมูลการชำระเงิน และข้อมูลการทำรายการ ตลอดจนหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่งสินค้า/ให้บริการ ให้แก่ผู้ให้บริการ ภายในระยะเวลาไม่เกิน 15 (สิบห้าวัน) วัน ในกรณีที่ร้านค้าไม่สามารถจัดส่งเอกสารดังกล่าวให้ผู้ให้บริการได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ร้านค้าจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ให้บริการ
8. ในกรณีที่ร้านค้ามีความประสงค์จะรับคำสั่งซื้อสินค้า/บริการผ่านระบบการชำระเงิน โดยการอนุมัติการชำระด้วยบัตรเครดิตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรืออินเทอร์เน็ตหรือตามชื่อเรียกเฉพาะสำหรับระบบการอนุมัติการใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิต (ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกว่า “K-Payment Gateway ประเภทร้านค้า Non-3D Secure”) ร้านค้ายอมรับว่า การรับชำระสินค้า/บริการ ผ่านระบบ K-Payment Gateway ประเภทร้านค้า Non 3D Secure จะไม่ผ่านการตรวจสอบการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยระบบ “Verified by VISA” และ/หรือ “MasterCard SecureCode” และ/หรือ “J Secure” ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในเรื่อง การฉ้อฉล และ/หรือปลอมแปลงการใช้จ่าย และอาจเป็นเหตุให้ผู้ชำระเงินปฏิเสธคำสั่งซื้อสินค้า/บริการ ตลอดจนอาจเป็นเหตุให้ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินค่าสินค้า/บริการตามจากผู้ชำระเงินได้ ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ให้บริการไม่สามารถเรียกเก็บเงินตามคำสั่งซื้อสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินได้ ร้านค้ายินยอมให้ผู้ให้บริการดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงินได้ครบถ้วนทั้งสิ้นทั้งจำนวน ตามจำนวนเงินที่ปรากฏในคำสั่งซื้อสินค้า/บริการ สำหรับคำสั่งซื้อสินค้า/บริการดังกล่าว โดยร้านค้าตกลงคืนเงินจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้ให้บริการทันที
9. ในกรณีที่ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลงไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ร้านค้าตกลงยินยอมให้ผู้ให้บริการมีสิทธิส่งคำสั่งให้ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝากระงับการเบิกถอนและ/หรือหักเงินจากบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ และ/หรือบัญชีอื่นใดที่ร้านค้ามีอยู่กับธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก และ/หรือเงินจำนวนหนึ่งจำนวนใดที่แสดงว่าร้านค้าเป็นเจ้าของหรือเป็นเจ้าหนี้ธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก อย่างน้อยเป็นเวลา 18 เดือน นับตั้งแต่วันที่ ข้อตกลงฯ ฉบับนี้สิ้นสุดลง หรือระยะเวลาอื่นที่น้อยกว่าตามที่ผู้ให้บริการจะพิจารณาเห็นสมควร เพื่อให้ผู้ให้บริการรอผลการเรียกเก็บเงินตามคำสั่งซื้อสินค้า/บริการ และ/หรือเอกสาร/หลักฐานอื่นใดที่ได้ทำความตกลงไว้กับผู้ให้บริการ ที่ยังเรียกเก็บเงินไม่ได้ทั้งหมดเสียก่อน และ/หรือชำระหนี้ ภาระผูกพัน ค่าเสียหาย และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ร้านค้ามีหรือจะมีต่อผู้ให้บริการภายใต้ข้อตกลงฯ ฉบับนี้/ Facebook
ข้อตกลงเกี่ยวกับการรับชำระด้วยเงินโอน
1. ร้านค้าสามารถรับชำระค่าสินค้า/บริการจากผู้ชำระเงินด้วยเงินโอน โดยผู้ชำระเงินทำคำสั่งโอนและ/หรือชำระเงินโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ชำระเงินที่มีอยู่กับธนาคารเจ้าของบัญชีเงินฝาก
2. ร้านค้าแจ้งราคาสินค้า/บริการให้ผู้ชำระเงินทราบเป็นสกุลเงินบาท (THB)
3. ร้านค้าส่งข้อมูลรายการสินค้า/บริการ รวมทั้งข้อมูลการชำระเงินของรายการชำระค่าสินค้า/บริการดังกล่าวมาที่ผู้ให้บริการ โดยแสดงข้อมูลร้านค้า/สินค้า เพื่อให้ผู้ชำระเงินเลือกและทำการชำระเงินด้วยเงินโอน
4. ร้านค้าตกลงยอมรับว่า ผู้ให้บริการไม่มีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูลใดๆ ซึ่งรวมถึง (แต่ไม่จำกัดเพียง) ข้อมูลการชำระเงิน ที่ร้านค้าเป็นผู้ให้ข้อมูล/ผู้ชำระเงินเป็นผู้ระบุ
5. วิธีการและรายละเอียดของการโอนยอดเงินรวมจากการรับชำระค่าสินค้า/บริการด้วยเงินโอน เป็นไปตามที่ระบุในตาราง “Settlement”
6. เมื่อผู้ชำระเงินทำรายการชำระค่าสินค้า/บริการแล้ว ผู้ให้บริการเงินโอนจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ชำระเงิน ตามจำนวนที่ผู้ชำระเงินทำรายการทันที โดยผู้ให้บริการจะนำเงินจำนวนดังกล่าวไปพักในบัญชีของผู้ให้บริการ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากที่ผูกกับบริการตามข้อตกลงฯ ฉบับนี้ ตามเงื่อนไขที่ระบุในตาราง “Settlement”
7. ร้านค้าตกลงว่า กรณีที่ผู้ชำระเงินทำคำสั่งโอนและ/หรือชำระค่าสินค้า/บริการโดยหักเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้ชำระเงินที่มีอยู่กับผู้ให้บริการเงินโอน หากร้านค้ามีความประสงค์จะ Void หรือ Refund ร้านค้าจะต้องดำเนินการคืนเงินให้แก่ผู้ชำระเงินเองโดยตรง
ตาราง Settlement
Settlement เครื่องมือการชำระเงิน
บัตรเครดิต/เดบิต เงินโอน
VISA, MASTERCARD, JCB KBank ธนาคารพาณิชย์อื่น / สถาบันอื่น
Cut-off time 21:00 น.
เงินเข้าบัญชี วันถัดไปหลังจาก Cut-Off

หมายเหตุ ผู้ให้บริการจะนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากให้กับร้านค้าเป็นยอดคงเหลือจากการหักค่าธรรมเนียม รวมทั้งค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (หากมี) โดยผู้ให้บริการจะไม่คำนวณดอกเบี้ยเงินฝากบนเงินค่าสินค้า/บริการที่ยังไม่ได้ถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากของร้านค้า