Fraud Lead, Head of Fraud Management
ตำแหน่ง Fraud Lead, Head of Fraud Management มีหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ บริหาร และพัฒนาระบบบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตขององค์กร เพื่อปกป้องธุรกิจ ร้านค้า และลูกค้าจากอาชญากรรมทางการเงิน โดยรับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการรับร้านค้า (Merchant Onboarding) การติดตามและวิเคราะห์ธุรกรรม การตรวจจับและสืบสวนการทุจริต การควบคุมความเสี่ยงทางการเงิน การบริหารจัดการ Chargeback และข้อพิพาท รวมถึงการบริหารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงขององค์กร เพื่อให้การดำเนินงานมีความปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
Fraud Lead, Head of Fraud Management ทำงานร่วมกับฝ่ายปฏิบัติการ การเงิน เทคโนโลยีสารสนเทศ หน่วยงานกำกับดูแล เครือข่ายบัตร และหน่วยงานภายนอก เพื่อพัฒนาและยกระดับมาตรการป้องกันการทุจริต ระบบติดตามธุรกรรม การวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมรายงานความเสี่ยงต่อผู้บริหาร ลดความสูญเสียจากการทุจริต และผลักดันการปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริหารและพัฒนาทีมงานให้มีศักยภาพ สร้างวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงที่เข้มแข็ง และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในอุตสาหกรรมการชำระเงินและบริการทางการเงินอย่างยั่งยืน
หน้าที่และความรับผิดชอบ
1. การบริหารความเสี่ยงในการรับร้านค้า (Merchant Onboarding & Policy Oversight)
- ออกแบบและพัฒนากรอบการประเมินความเสี่ยงของร้านค้า (Merchant Risk Assessment Framework) โดยบูรณาการกระบวนการ KYC การวิเคราะห์ลักษณะธุรกิจ และการประเมินความเสี่ยงด้านการทุจริต (Fraud Scoring)
- ทบทวนและปรับปรุงมาตรการควบคุมในกระบวนการรับร้านค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่และให้เป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
2. การบริหารความเสี่ยงด้านธุรกรรมและการทุจริตทางการเงิน (Transaction & Financial Fraud Management)
- ติดตามและวิเคราะห์ธุรกรรมเพื่อค้นหาความผิดปกติ รูปแบบการทุจริต และแนวโน้มความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
- วิเคราะห์เหตุการณ์การทุจริต เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริง (Root Cause Analysis) และกำหนดมาตรการป้องกันที่เหมาะสม
- พัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบเฝ้าระวัง (Surveillance Systems) รายงานข้อมูลเพื่อการบริหาร (Management Information Dashboard) และกฎการตรวจจับการทุจริต (Fraud Detection Rules)
- ดำเนินการสืบสวนกรณีทุจริตเชิงรุก และประสานงานกับหน่วยงานภายใน รวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเมื่อจำเป็น
3. การควบคุมความเสี่ยงทางการเงิน (Financial Risk Control)
- ประเมินและติดตามความเสียหายจากการทุจริต พร้อมจัดทำรายงานตัวชี้วัดความเสี่ยงทางการเงินเพื่อเสนอผู้บริหาร
- ประสานงานกับฝ่ายการเงินในการบริหารเงินสำรองสำหรับความเสียหายจากการทุจริต และการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านภาษีและกฎระเบียบ
- สนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนด พร้อมประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) เครือข่ายบัตร (เช่น Visa และ Mastercard) และผู้สอบบัญชีภายนอกในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต
4. การบริหารจัดการรายการเรียกคืนเงินและข้อพิพาท (Chargeback & Dispute Management)
- กำหนดและดำเนินกลยุทธ์เพื่อลดอัตราการเรียกคืนเงิน (Chargeback) เช่น การใช้ระบบยืนยันตัวตนที่รัดกุม (3D Secure) การให้คะแนนความเสี่ยง และการให้ความรู้แก่ร้านค้า
- ติดตามและวิเคราะห์อัตรา Chargeback ของร้านค้าและช่องทางการชำระเงินต่าง ๆ
- ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์และป้องกันการเกิด Chargeback ในอนาคต
- กำกับดูแลกระบวนการจัดการ Chargeback และข้อพิพาทกับเครือข่ายบัตรแบบครบวงจร ให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องและภายในระยะเวลาที่กำหนด
- ประสานงานกับร้านค้าเพื่อรวบรวมหลักฐานและสนับสนุนการดำเนินการในกรณีข้อพิพาทอย่างมีประสิทธิภาพ
5. การบริหารความเสี่ยงด้านชื่อเสียงองค์กร (Reputational Risk Management)
- ติดตามข่าวสาร สื่อมวลชน สื่อสังคมออนไลน์ และช่องทางสาธารณะ เพื่อเฝ้าระวังและลดผลกระทบต่อชื่อเสียงองค์กรจากเหตุการณ์ด้านการทุจริตและอาชญากรรมทางการเงิน
- ประสานงานกับฝ่ายประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรในการบริหารสถานการณ์วิกฤตและจัดทำแถลงการณ์อย่างเหมาะสม
- ดูแลให้การสื่อสารและการเปิดเผยข้อมูลเป็นไปตามข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล และรักษาภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร
6. การบริหารทีมและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Team Leadership & Continuous Improvement)
- บริหาร พัฒนา และสร้างศักยภาพทีมงานด้านการป้องกันและสืบสวนการทุจริต โดยส่งเสริมการคิดเชิงวิเคราะห์ ความมีวินัยในการปฏิบัติงาน และการทำงานอย่างมืออาชีพ
- ยกระดับคุณภาพของระบบและกระบวนการด้านการป้องกันการทุจริต ลดจำนวนการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น (False Positives) และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับความเสี่ยง
- ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ผ่านการนำเครื่องมือ เทคโนโลยี ระบบอัตโนมัติ และโมเดลวิเคราะห์ข้อมูลด้านการทุจริต (Fraud Intelligence) มาใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพขององค์กร
คุณสมบัติ
- ปริญญาตรีหรือปริญญาโท สาขาการเงิน นิติศาสตร์ หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง
- มีประสบการณ์อย่างน้อย 10 ปี ด้านการบริหารจัดการการทุจริต (Fraud Management) ความเสี่ยงด้านธุรกรรม (Transactional Risk) หรือความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) โดยหากมีประสบการณ์ในธุรกิจ Payments, ธนาคาร หรือ E-commerce จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
- มีประสบการณ์ในตำแหน่งบริหารอย่างน้อย 5 ปี ในการกำกับดูแลด้านการตรวจจับการทุจริต (Fraud Detection) การบริหารความเสี่ยงด้านอาชญากรรมทางการเงิน (Financial Crime) หรือการพัฒนานโยบายและมาตรการควบคุม
- มีความเชี่ยวชาญในการใช้งานระบบและเครื่องมือด้านการป้องกันการทุจริต เช่น Fraud Monitoring Platforms, Data Analytics, Rule Engines, Management Information (MI) Tools และกรอบการบริหารความเสี่ยง (Risk Frameworks)
- มีความรู้ความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับระบบการชำระเงิน (Payment Systems) เช่น บัตรเครดิต/เดบิต (Cards), ACH, กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallets) รวมถึงหลักการ KYC/AML และข้อกำหนดด้านกฎหมายและการกำกับดูแล (Regulatory Compliance)
- มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ไขปัญหา และการสืบสวนสอบสวน (Investigative Skills) ในระดับดีเยี่ยม
- มีภาวะผู้นำที่โดดเด่น สามารถบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Management) และสื่อสารในสถานการณ์วิกฤต (Crisis Communication) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สามารถสื่อสารภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ทั้งการพูด อ่าน และเขียน พร้อมมีทักษะในการนำเสนอและจัดทำรายงานในระดับดีเยี่ยม