Payment Gateway เจ้าไหนดี? เลือกให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์ Payment Gateway เจ้าไหนดี? เลือกให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

บทความ

Payment Gateway เจ้าไหนดี? เลือกให้เหมาะกับธุรกิจออนไลน์

21 เม.ย. 69

Payment Gateway เจ้าไหนดี? รวมวิธีเลือกให้เหมาะสมกับธุรกิจ ปลอดภัย รองรับระบบรับชำระเงินออนไลน์ที่หลากหลาย

ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคคุ้นชินกับการจ่ายเงินผ่านหลายรูปแบบ ตั้งแต่บัตรเครดิต/เดบิต, QR Payment, Mobile Banking ไปจนถึง Payment Link ดังนั้นคำถามที่หลายธุรกิจสงสัยคือ Payment Gateway เจ้าไหนดี? เพราะเมื่อยอดขายย้ายมาอยู่บนเว็บและโซเชียลมากขึ้น ระบบรับชำระเงินที่ดีไม่ได้แค่รับเงินได้ แต่ต้องช่วยให้ลูกค้าจ่ายง่าย ร้านค้าตรวจสอบไว และธุรกรรมเดินต่อได้อย่างต่อเนื่อง

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าและ เปรียบเทียบวิธีการเลือก Payment Gateway รูปแบบต่าง ๆ


Key Takeaways

  • Payment Gateway มีทั้งแบบธนาคาร (Bank) และ Non-bank ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจที่แตกต่างกัน
  • การเลือก Payment Gateway ให้เหมาะสม ควรพิจารณา 4 เรื่อง ได้แก่ ช่องทางที่รองรับ, ความง่ายในการเชื่อมต่อ, ค่าธรรมเนียม/เงื่อนไข, และระบบหลังบ้าน/การซัพพอร์ต
  • ระบบรับชำระเงินออนไลน์ (Online Payment Gateway) ที่ดีช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบแบบ Manual และทำให้ธุรกรรมทางการเงินดำเนินต่อได้อย่างเป็นระบบ
  • การมีช่องทางการรับชำระเงินที่หลากหลาย ช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย และรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่ต่างกัน

สารบัญบทความ


Payment Gateway สำคัญกับธุรกิจออนไลน์อย่างไร?

Payment Gateway มีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจที่ดำเนินงานผ่านช่องทางดิจิทัล โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาระบบบริการรับชำระเงินออนไลน์ เพราะหากไม่มีช่องทางการรับชำระเงินที่เหมาะสม อาจทำให้ธุรกิจมีปัญหาในการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน เช่น การรับเงิน ตรวจสอบยอด และทำให้ประสบการณ์ชำระเงินของลูกค้าไม่ราบรื่นได้

ในปัจจุบัน ผู้บริโภคคุ้นเคยกับ Pay Online หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต/เดบิต, Mobile Banking ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวอย่าง e-Payment ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ดังนั้น Payment Gateway Thailand จึงเข้ามาช่วยรวบช่องทางการชำระเงินเหล่านี้ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ และช่วยให้ร้านค้าจัดการหลังบ้านได้ง่ายขึ้น

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตัวอย่างสิ่งที่ระบบ Online Payment Gateway ช่วยธุรกิจได้ ได้แก่

  • รองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น บัตรเครดิต QR และ Link
  • ทำให้ลูกค้าสามารถทำรายการ Online payment ได้สะดวกยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนที่ทำให้ตะกร้าหลุด (Drop-off) 
  • รองรับการทำธุรกรรมทางการเงินได้ตลอดเวลา พร้อมช่วยให้ร้านค้าตรวจสอบสถานะการชำระเงินได้เป็นระบบ 

เลือก Payment Gateway เจ้าไหนดี? มีวิธีเลือกอย่างไร

เลือก Payment Gateway

ระบบการชำระเงินเป็นกลไกหลักที่ช่วยให้การทำธุรกรรมสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ดังนั้น การเลือก Payment Gateway ควรพิจารณาความเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจเป็นหลัก โดยระบบบริการรับชำระเงินออนไลน์ที่เลือกควรรองรับทั้งด้านเทคนิคและช่องทางการรับชำระเงิน เพื่อให้ธุรกรรมทางการเงินดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีปัจจัยที่ควรพิจารณา ดังนี้ 

ตรวจสอบระบบร้านค้า/แพลตฟอร์มรองรับการเชื่อมต่อหรือไม่

ก่อนเลือกใช้ Online Payment Gateway ควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์ม E-Commerce หรือเว็บไซต์ของธุรกิจสามารถเชื่อมต่อกับระบบได้ เช่น การรองรับการเชื่อมต่อผ่าน API หรือ Web Service เพื่อให้ Payment Gateway ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบที่เชื่อมต่อได้ง่ายจะช่วยลดระยะเวลาในการติดตั้ง และลดภาระทีมเทคนิค

Online Payment Gateway นั้น รองรับช่องทางการชำระเงินแบบไหนบ้าง

Online Payment Gateway ที่ดีควรรองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เช่น บัตรเครดิต/เดบิต QR Code Mobile Banking หรือ Payment link เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือก Pay Online ได้ตามความสะดวก

การมีช่องทางการรับชำระเงินที่ครอบคลุม จะช่วยให้ธุรกิจสามารถรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่แตกต่างกัน และช่วยเพิ่มโอกาสปิดการขาย

มีระบบช่วยเหลือและสนับสนุนการให้บริการหรือไม่

ผู้ให้บริการ Online Payment Gateway ควรมีระบบสนับสนุน เช่น ทีมช่วยเหลือด้านเทคนิค, Dashboard หรือ รายงานที่ช่วยติดตามสถานะการชำระเงิน และเครื่องมือที่ช่วยลดภาระการตรวจสอบแบบ Manual 

ประเมินค่าธรรมเนียมและขั้นตอนการเริ่มใช้งานเหมาะกับธุรกิจหรือไม่

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือก Online Payment Gateway คือการพิจารณาโครงสร้างค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขเช่น ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Setup Fee) ค่าธรรมเนียมต่อรายการ ข้อกำหนดในการใช้งานจริง เช่น รอบการสรุปยอด/โอนเงินเข้าบัญชี และเงื่อนไขเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ การใช้งานระบบรับชำระเงินออนไลน์ควรพิจารณาให้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงต้นทุนแฝง และสามารถรองรับการขยายตัวในระยะยาว


Payment Gateway Bank vs. Online Payment Gateway (Non-bank) ต่างกันอย่างไร

โดยทั่วไป Payment Gateway ในไทยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักตามผู้ให้บริการ ได้แก่ แบบธนาคาร (Bank) และแบบผู้ให้บริการทั่วไป (Non-bank) ซึ่งแต่ละรูปแบบมีจุดเด่นและเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกัน

สามารถสรุปความแตกต่างเป็นตาราง ดังนี้

หัวข้อ

Bank Payment Gateway

Online Payment Gateway (Non-bank)

ความน่าเชื่อถือ

เชื่อมต่อกับระบบธนาคารโดยตรง มักมีความเสถียรสูง

ใช้มาตรฐานสากลและมีความน่าเชื่อถือในระดับสูง

การสมัครใช้งาน

ขั้นตอนค่อนข้างละเอียด และมีเงื่อนไขเพิ่มเติม

สมัครและติดตั้งได้รวดเร็วกว่า

ความยืดหยุ่น

ปรับใช้งานตามข้อกำหนดของธนาคาร

รองรับการใช้งานที่หลากหลาย และเชื่อมต่อได้ง่าย

ค่าธรรมเนียม

อาจมีต้นทุนต่อรายการที่แตกต่างตามเงื่อนไข

โดยทั่วไปมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ยืดหยุ่น

ความเหมาะสม

เหมาะกับองค์กรที่ต้องการความมั่นคงของระบบ

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความคล่องตัวและเริ่มต้นใช้งานได้เร็ว

อย่างไรก็ตาม หากองค์กรเน้นความมั่นคงและกระบวนการ แบบ Bank Payment Gateway เหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการความคล่องตัวและเริ่มได้ไว Non‑bank มักตอบโจทย์มากกว่า ทั้งนี้ผู้ประกอบการควรเลือกตามขนาดธุรกิจ ช่องทางการขาย ความต้องการด้านเทคนิค และการเติบโตของธุรกิจร่วมด้วย


แนะนำ Payment Gateway จาก KGP ที่เชื่อมต่อระบบบริการรับชำระเงินแบบไร้รอยต่อ

Payment Gateway in Thailand

Kasikorn Global Payment (KGP) เป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจที่ดำเนินงานผ่านช่องทางออนไลน์ โดยสามารถเชื่อมต่อกับระบบบริการรับชำระเงินออนไลน์ได้อย่างเหมาะสม 

บริการของ KGP รองรับหลายช่องทางการรับชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็น Meta Pay, QR Payment, Mobile Banking, บัตรเครดิต/เดบิต, Payment Links+ และ ODD (Online Direct Debit) เพื่อให้ธุรกิจดูแลการรับชำระเงินได้คล่องตัว และเมื่อโอนเงินสำเร็จ ระบบสามารถแจ้งผลการชำระเงินกลับเข้าแชตโดยอัตโนมัติ พร้อมแสดงหลักฐานการชำระเงิน (ตามเงื่อนไข) ซึ่งช่วยให้การจัดการธุรกรรมมีความเป็นระบบมากขึ้น ช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการตรวจสอบ และทำให้การปิดการขายราบรื่นขึ้น

หมายเหตุ: การใช้บัตรเครดิตควรใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขผู้ให้บริการ


คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

Online Payment Gateway ปลอดภัยและเชื่อถือได้แค่ไหน?

Payment Gateway มีมาตรการความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูลและมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น PCI DSS รวมถึงระบบตรวจสอบธุรกรรมอัตโนมัติ ทั้งนี้ ควรตรวจสอบมาตรฐานและการรับรองของผู้ให้บริการแต่ละรายก่อนตัดสินใจ 

ต้องจดทะเบียนบริษัทไหมถึงจะสมัคร Online Payment Gateway ได้?

ความจำเป็นในการจดทะเบียนบริษัทก่อนสมัคร Online Payment Gateway จะขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ โดยบาง Online Payment Gateway รองรับบุคคลธรรมดา แต่บางระบบอาจกำหนดให้เป็นนิติบุคคล แนะนำตรวจสอบเงื่อนไขสมัครใช้บริการ เอกสารและข้อกำหนดให้ชัดเจนก่อน


Payment Gateway เจ้าไหนดี เลือกให้ธุรกิจจัดการการรับชำระเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือก Payment Gateway ให้เหมาะกับธุรกิจ ควรพิจารณาช่องทางการรับชำระเงินที่รองรับ ความสามารถในการเชื่อมต่อ ค่าธรรมเนียม/เงื่อนไข และทีมซัพพอร์ต เพื่อให้การรับชำระเงินออนไลน์เป็นไปอย่างต่อเนื่องและบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ

Online Payment Gateway จาก KGP ช่วยรองรับพฤติกรรมการชำระเงินที่หลากหลาย เพื่อลดโอกาสที่ตะกร้าจะหลุด (Drop-off) และทำให้การปิดการขายราบรื่นขึ้น ยกระดับการชำระเงินออนไลน์ด้วยช่องทางทางเลือก (APMs) โดยเฉพาะ PromptPay QR เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้และลดอัตราการละทิ้งตะกร้า (Drop-off) เสริมความแข็งแกร่งด้วยระบบที่รองรับการขยายตัวแบบ Elastic TPS และ Refund APIs อัตโนมัติที่ช่วยให้การบริหารจัดการธุรกรรมราบรื่น พร้อมการันตีความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือตามมาตรฐานสากลทั้ง PCI DSS และ ISO 20022 เพื่อการบริการที่ต่อเนื่องและมั่นใจได้ในทุกขั้นตอน เพราะระบบรับชำระเงินที่มีประสิทธิภาพไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือหัวใจสำคัญในการเพิ่มยอดขายและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

KGP, Payment. Make It Smooth.

FB : kgpthailand

LinkedIn : Kasikorn Global Payment

www.kasikornglobalpayment.com


อ้างอิง 

1. เกี่ยวกับระบบการชำระเงิน. (ม.ป.ป.). ธนาคารแห่งประเทศไทย. https://www.bot.or.th/th/our-roles/payment-systems/about-payment-systems.html

ข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ

ติดตาม KGP ผ่านโซเชียลมีเดีย