

มารู้จักภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน คืออะไร จัดการอย่างไรสำหรับผู้ประกอบการ
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน คือ ภาษีที่นายจ้างนำส่งให้แก่กรมสรรพากร หลังจากได้จ่ายเงินเดือนให้แก่ลูกจ้าง โดยนายจ้างจะออก 50 ทวิ เพื่อเป็นหลักฐานในการนำส่งภาษี
ในฐานะนายจ้างหรือ HR สิ่งที่สำคัญในทุกสิ้นเดือนไม่ใช่เพียงแค่การจ่ายเงินให้ตรงเวลาเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่สำคัญตามกฎหมายที่เลี่ยงไม่ได้นั่นคือ การหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนพนักงาน เพื่อนำส่งกรมสรรพากร ซึ่งหากจัดการไม่ถูกต้อง อาจกลายเป็นภาระค่าปรับและความเสียหายต่อชื่อเสียงของธุรกิจได้
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแบบเจาะลึกว่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนคืออะไร สรุปทุกสิ่งที่นายจ้างต้องรู้ให้ครบจบในที่เดียว
Key Takeaways
- บริษัทหรือนิติบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายในการหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนและเงินได้อื่น ๆ ของพนักงานเพื่อนำส่งกรมสรรพาก
- ภ.ง.ด. 1 ใช้สำหรับยื่นรายละเอียดการหักภาษีเป็นรายเดือน ส่วน ภ.ง.ด. 1ก เป็นแบบสรุปภาพรวมรายได้และภาษีทั้งหมดของพนักงานในรอบปี
- การหักและยื่นภาษีที่ถูกต้องช่วยให้พนักงานมีหลักฐานรายได้เพื่อใช้ทำธุรกรรมทางการเงิน และสามารถยื่นขอคืนภาษีส่วนเกินได้ตามสิทธิ
- หากไม่นำส่งภาษี นายจ้างจะมีความผิดทางอาญา ถูกปรับ และอาจถูกระงับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจอย่างรุนแรง
สารบัญบทความ
- ไขข้อสงสัยภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือน ภ.ง.ด. 1 vs ภ.ง.ด. 1ก ต่างกันอย่างไร?
- ใครที่ต้องเป็นผู้หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของพนักงาน
- ทำไมองค์กรต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนของพนักงาน
- ผลกระทบจากการไม่ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนแบบ ภ.ง.ด. 1 และ ภ.ง.ด. 1ก มีอะไรบ้าง
- คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน เรื่องสำคัญที่พนักงานออฟฟิศต้องรู้!
ไขข้อสงสัยภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน คือ ภาษีเงินได้ที่นายจ้างจะต้องนำส่งให้แก่กรมสรรพากร หลังจากได้จ่ายเงินเดือนให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งตามปกติแล้ว ผู้มีเงินได้ถึงเกณฑ์เสียภาษีจะต้องชำระค่าภาษีในช่วงเดือนมกราคม - มีนาคมของทุกปี แต่เมื่อโดนหักภาษีจากเงินเดือนแล้ว ผู้มีเงินได้ไม่ต้องชำระภาษีในช่วงระยะเวลาดังกล่าว เพราะถือว่าได้จ่ายภาษีไปล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ทำให้เมื่อถึงเวลายื่นแบบภาษี ผู้มีเงินได้แค่ยื่นแบบเสียภาษี เพื่อขอค่าภาษีคืน หรือจ่ายภาษีเพิ่มเติมในกรณีที่มีเงินได้อื่น นอกเหนือจากเงินเดือนเพียงเท่านั้น
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมว่า e-Receipt และ e-Tax คืออะไร ได้ที่นี่
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือน ภ.ง.ด. 1 vs ภ.ง.ด. 1ก ต่างกันอย่างไร?

แม้ ภ.ง.ด. 1 และ ภ.ง.ด. 1ก จะเป็นแบบแสดงรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนเกี่ยวกับพนักงานเหมือนกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญที่นายจ้างควรทราบ ทั้งในด้านความถี่ในการยื่น และประเภทของเงินได้ ดังนี้
1. ภ.ง.ด. 1 (ยื่นรายเดือน)
ภ.ง.ด. 1 (ยื่นรายเดือน) คือ แบบแสดงรายการภาษีที่นายจ้างต้องยื่นเป็นประจำทุกเดือน
- สิ่งที่ต้องระบุ: รายละเอียดการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินได้อื่น ๆ ที่พนักงานได้รับในเดือนนั้น ๆ
- หน้าที่ของนายจ้าง: ต้องคำนวณหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนตามอัตราก้าวหน้า (หรือตามที่กฎหมายกำหนด) แล้วนำส่งกรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต)
2. ภ.ง.ด. 1ก (ยื่นรายปี)
คือ แบบสรุปภาพรวมการจ่ายเงินได้พึงประเมินตลอดทั้งปี ยื่นเพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น
- สิ่งที่ต้องระบุ: สรุปยอดรวมเงินได้ทั้งหมดของพนักงานแต่ละคน เช่น เงินเดือน, ค่าคอมมิชชั่น, โบนัส, และเงินรางวัล รวมถึงยอดภาษีหัก ณ ที่จ่ายสะสมไว้รวมตลอดปี
- หน้าที่ของนายจ้าง: รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เคยยื่นใน ภ.ง.ด. 1 ตลอดทั้งปี มาสรุปส่งอีกครั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป เพื่อให้กรมสรรพากรตรวจสอบข้อมูลรายได้ของพนักงานได้ครบถ้วน
ใครที่ต้องเป็นผู้หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของพนักงาน
ผู้ที่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 คือ นายจ้างที่เป็นนิติบุคคล (เช่น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด) ซึ่งมีภาระผูกพันตามกฎหมายในการหักภาษีเมื่อมีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) เช่น เงินเดือน โบนัส
รวมถึงมาตรา 40 (2) เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือค่าตอบแทนจากการรับทำงานให้ โดยนายจ้างจะต้องคำนวณหักภาษีจากยอดเงินที่จ่ายให้พนักงานตามเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมทั้งดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการและนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนของพนักงานนั้นให้แก่กรมสรรพากรเป็นรายเดือนภายในระยะเวลาที่กฎหมายระบุไว้
ทำไมองค์กรต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนของพนักงาน

สาเหตุที่องค์กรต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินเดือนของพนักงานมีดังต่อไปนี้
1. เป็นข้อกำหนดของกฎหมาย
บริษัท หรือนายจ้างที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 มีหน้าที่ยื่นหนังสือรับรองการเสียภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้พนักงาน เพื่อแสดงหลักฐานว่าได้หักภาษีจากเงินเดือนของพนักงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดในมาตรา 50 แห่งประมวลกฎหมายรัษฎากร หากบริษัทใดหลีกเลี่ยงไม่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากเงินเดือนติดต่อกันเกิน 2 ปี ทางกรมสรรพากรมีสิทธิ์ระงับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และอาจถูกดำเนินคดีทางอาญาได้อีกด้วย
2. รักษาสิทธิประโยชน์การขอคืนภาษีให้แก่ลูกจ้าง
หากลูกจ้างได้ยื่นแบบภาษี เพื่อทำเรื่องขอคืนภาษี หัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้านายจ้างไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการ หัก ณ ที่จ่าย หรือที่เรียกกันว่าแบบ ภ.ง.ด.1 และภ.ง.ด.1 ก จะทำให้ลูกจ้างเสียสิทธิ์ในการขอคืนภาษีจากเงินเดือนได้
3. รักษาเครดิตทางการเงิน
ภาพลักษณ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนบริษัท หากสถาบันการเงินตรวจสอบพบว่าทางบริษัทของคุณมีประวัติหลีกเลี่ยงการนำเงินเดือนของลูกจ้างหักภาษี ณ ที่จ่าย อาจส่งผลให้ทำธุรกรรมทางการเงิน และกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ยากยิ่งขึ้น
ผลกระทบจากการไม่ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนแบบ ภ.ง.ด. 1 และ ภ.ง.ด. 1ก มีอะไรบ้าง
การละเลยหน้าที่ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือนของพนักงาน ตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด ไม่เพียงแต่จะทำให้เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ยังส่งผลเสียเป็นวงกว้าง ดังนี้
1. ผลกระทบต่อนายจ้าง (นิติบุคคล)
- ภาระค่าปรับ: ต้องชำระค่าปรับตามกฎหมายหากยื่นแบบล่าช้าหรือละเว้นการยื่น
- ความเสี่ยงต่อใบทะเบียนภาษี (ภ.พ.20): หากจงใจไม่ยื่น ภ.ง.ด. 1ก ติดต่อกัน 2 ปี กรมสรรพากรอาจระงับใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจและการออกใบกำกับภาษี
- ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ: กระทบต่อภาพลักษณ์และการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เนื่องจากขาดหลักฐานความโปร่งใสในการจัดการภาษี
- ความเสี่ยงทางคดี: หากมีเจตนาทุจริตหรือจงใจหลีกเลี่ยงการยื่นแบบ อาจถูกดำเนินคดีอาญาตามกฎหมาย
2. ผลกระทบต่อลูกจ้าง (พนักงาน)
- เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี: ลูกจ้างอาจไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีหรือขอคืนภาษีได้ เนื่องจากไม่มีฐานข้อมูลยืนยันการถูกหักภาษีในระบบของกรมสรรพากร
- ความยากลำบากในการทำธุรกรรม: พนักงานอาจมีปัญหาในการขออนุมัติสินเชื่อหรือบัตรเครดิต เพราะขาดเอกสารหลักฐานรายได้และภาษีที่น่าเชื่อถือ
3. ผลกระทบต่อส่วนรวมและระบบเศรษฐกิจ
- รายได้รัฐลดลง: ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ที่จะนำมาพัฒนาประเทศและบริหารงบประมาณแผ่นดิน
- ความไม่เท่าเทียมทางธุรกิจ: ก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจใต้ดินและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อธุรกิจที่ปฏิบัติหน้าที่ทางกฎหมายอย่างถูกต้อง
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
เงินเดือนเท่าไหร่ถึงจะไม่ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย?
หากมีรายได้ต่อเดือนต่ำกว่า 26,583 บาท จะไม่เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากเงินเดือน
นายจ้างต้องยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือนของพนักงานเมื่อใด?
นายจ้างต้องยื่น ภ.ง.ด. 1 ทุกรายเดือนภายในวันที่ 7 (หรือวันที่ 15 หากยื่นออนไลน์) ของเดือนถัดไป และยื่นสรุป ภ.ง.ด. 1ก เป็นรายปีภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินเดือน เรื่องสำคัญที่พนักงานออฟฟิศต้องรู้
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่นายจ้างนิติบุคคลต้องบริหารจัดการให้ถูกต้อง โดยคำนวณหักภาษีจากรายได้ของพนักงานเพื่อนำส่งกรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด. 1 สำหรับการยื่นรายเดือนและ ภ.ง.ด. 1ก สำหรับการสรุปยอดรายปี การดำเนินการที่ถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กรและหลีกเลี่ยงบทลงโทษทางแพ่งหรือคดีอาญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของพนักงาน ทั้งในการยื่นขอคืนภาษีและใช้เป็นหลักฐานสำคัญเพื่อทำธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น
KGP, Payment. Make It Smooth.
LinkedIn : Kasikorn Global Payment
อ้างอิง
1. “คู่มือภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบบ้านบ้าน.” ม.ป.ป. https://www.rd.go.th/fileadmin/download/insight_pasi/RDHandBook.pdf
ข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ
ติดตาม KGP ผ่านโซเชียลมีเดีย