วิธีสร้างเว็บไซต์ ฉบับมือใหม่ ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ดวิธีสร้างเว็บไซต์ ฉบับมือใหม่ ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ด

บทความ

วิธีสร้างเว็บไซต์ ฉบับมือใหม่ ทำเองได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเขียนโค้ด

31 ส.ค. 69

วิธีสร้างเว็บด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเขียนโค้ด ตั้งแต่การวางแผน Design เลือกแพลตฟอร์ม ไปจนถึงการตั้งค่าระบบรับชำระเงินออนไลน์ ให้เว็บไซต์ธุรกิจพร้อมขายได้จริง

ทุกวันนี้การขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce หรือ Marketplace เพียงอย่างเดียว เริ่มไม่พอสำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตในระยะยาว เพราะการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง คือพื้นที่ที่เราสามารถควบคุมหน้าร้านออนไลน์ได้มากขึ้น ทั้งด้านการออกแบบ ประสบการณ์ของลูกค้า การนำเสนอสินค้า ตลอดจนการจัดการระบบรับชำระเงิน วิธีสร้างเว็บในปัจจุบันนั้นไม่ได้ยากเหมือนที่หลายคนคิด แม้ไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโค้ดก็สามารถเริ่มต้นทำเว็บไซต์เองได้ด้วยเครื่องมือสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปหรือ WordPress

บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีสร้างเว็บไซต์แบบ Step by Step ตั้งแต่การวางแผน เลือกแพลตฟอร์ม ออกแบบหน้าเว็บ ไปจนถึงการเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินออนไลน์ เพื่อให้เว็บไซต์ธุรกิจพร้อมขายได้จริง


Key Takeaways

  • ปัจจุบันสามารถสร้างเว็บไซต์ได้เองโดยไม่ต้องเขียนโค้ด สามารถใช้ Instant Website Builder หรือ WordPress
  • ก่อนเริ่มสร้างเว็บไซต์ ควรวางแผนเรื่องเป้าหมาย โดเมน งบประมาณ เนื้อหา และช่องทางรับชำระเงินให้ชัดเจน
  • เว็บไซต์ที่ดีควรใช้งานง่าย รองรับการแสดงผลบนมือถือ โหลดเร็ว และมีระบบรับชำระเงินที่พร้อมใช้งาน
  • การเชื่อมต่อ Payment Gateway ที่รองรับการชำระหลายช่องทาง ช่วยให้ลูกค้าชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, QR Code, E-Wallet หรือช่องทางอื่น ๆ ได้สะดวกขึ้น
  • KGP ช่วยให้ธุรกิจเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินออนไลน์ได้อย่างราบรื่น รองรับการเติบโตในระยะยาว

สารบัญบทความ


เว็บไซต์คืออะไร และทำไมธุรกิจออนไลน์ถึงต้องมี

เว็บไซต์ คือ พื้นที่ออนไลน์ที่ธุรกิจได้เป็นเจ้าของเองอย่างแท้จริง ต่างจากการขายผ่าน Marketplace หรือโซเชียลมีเดียที่ต้องอยู่ภายใต้กติกาของแต่ละแพลตฟอร์ม เมื่อมีเว็บไซต์แบรนด์ก็สามารถออกแบบหน้าตาร้านและสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างอิสระ

สำหรับธุรกิจออนไลน์วิธีสร้างเว็บที่ดีไม่ใช่แค่ออกแบบให้หน้าตาสวยงาม แต่ต้องรองรับการขายได้จริง ตั้งแต่การแสดงสินค้าไปจนถึงการเชื่อมต่อ Payment Gateway ให้ลูกค้าชำระเงินได้ครบทุกช่องทางภายในที่เดียว นอกจากนี้การมีเว็บไซต์เองยังช่วยลดค่าธรรมเนียม ค่า GP และยังเก็บข้อมูลลูกค้าไว้วางแผนการตลาดในระยะยาวได้อีกด้วย


วางแผนก่อนสร้างเว็บ สิ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนเริ่ม มีอะไรบ้าง

สร้างเว็บไซต์

วิธีสร้างเว็บให้ประสบความสำเร็จ ควรเริ่มต้นจากการวางแผนให้ชัดเจนว่าต้องการให้มีอะไรอยู่ในเว็บไซต์บ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลาแก้ไขในภายหลัง โดยสิ่งที่ควรพิจารณาจะมีดังนี้

  • เป้าหมายของเว็บไซต์: แนวทางว่าเน้นให้ข้อมูลแบรนด์ หรือเน้นขายสินค้าแบบ E-Commerce
  • งบประมาณและเวลา: กำหนดวงเงินโดเมน โฮสติ้ง ไปจนถึงการเลือกเครื่องมือสร้างเว็บไซต์ฟรีหรือแบบเสียค่าใช้จ่าย
  • แพลตฟอร์ม: เลือกระหว่าง Instant Website Builder หรือ WordPress ตามความถนัด
  • ช่องทางรับชำระเงิน: ต้องการเปิดให้ลูกค้าชำระเงินผ่านช่องทางไหนบ้าง รับชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์หรือช่องทางอื่นเพิ่มหรือไม่
  • เนื้อหาและรูปภาพ: เตรียมข้อมูลสินค้า รูปภาพ และข้อความสำหรับการทำเว็บไซต์ให้พร้อม

วิธีสร้างเว็บที่เหมาะกับธุรกิจ มีแบบไหนบ้าง

วิธีออกแบบเว็บไซต์ให้เหมาะกับธุรกิจ ขึ้นอยู่กับความถนัดและความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเว็บไซต์ที่ต้องการ โดยหลัก ๆ แล้ววิธีสร้างเว็บไซต์สามารถแบ่งได้เป็น 2 แนวทางดังนี้

ใช้ Instant Website Builder

Instant Website Builder หรือโปรแกรมสร้างเว็บไซต์ฟรีแบบสำเร็จรูป เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์เองแบบรวดเร็ว มีเทมเพลตสำเร็จรูปให้เลือกมากมาย เพียงลากวางก็สามารถออกแบบหน้าเว็บไซต์ได้เองโดยไม่ต้องเขียนเว็บไซต์ด้วยโค้ด เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการสร้างเว็บไซต์แบบง่าย ๆ

ใช้ WordPress

WordPress แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ยอดนิยมที่ธุรกิจชื่อดังมากมายเลือกใช้ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง มีปลั๊กอินและธีมให้ปรับแต่งมากมาย รองรับการขยายฟีเจอร์ในอนาคต เช่น ระบบสมาชิกหรือตะกร้าสินค้า แต่ต้องใช้เวลาเรียนรู้การตั้งค่าเว็บไซต์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ Instant Website Builder


7 ขั้นตอนสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องเขียนโค้ด ทำอย่างไร

ทำเว็บไซต์

สำหรับธุรกิจไหนที่อยากเริ่มต้นสร้างเว็บไซต์ด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งโปรแกรมเมอร์ ไม่ต้องเขียนโค้ด สามารถลองทำตามวิธีสร้างเว็บไซต์ทั้ง 7 ขั้นตอนต่อไปนี้

1. สมัครและเลือก Platform

ก้าวแรกที่สำคัญคือการเลือกแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์โมเดลธุรกิจของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Instant Website Builder หรือ WordPress หลังจากเลือกเครื่องมือได้แล้ว ควรพิจารณาเลือกแพ็กเกจและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับงบประมาณและขนาดของธุรกิจ โดยเปรียบเทียบฟีเจอร์และค่าบริการรายปีก่อนตัดสินใจ เพื่อให้มั่นใจว่าแพลตฟอร์มจะรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคตได้อย่างคุ้มค่า

2. ตั้งชื่อโดเมน

การตั้งชื่อโดเมนเปรียบเสมือนการเลือกทำเลและป้ายหน้าร้านบนโลกออนไลน์ จึงควรเน้นความสั้น กระชับ จำง่าย และสามารถสื่อถึงตัวตนหรือประเภทธุรกิจของแบรนด์ได้อย่างชัดเจนทันที ก่อนที่จะตัดสินใจจดทะเบียนโดเมนอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการจดโดเมนก่อนว่าชื่อที่ต้องการนั้นยังว่างอยู่ เพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายหรือชื่อไปซ้ำซ้อนกับเว็บไซต์อื่น รวมถึงต้องเลือกนามสกุลโดเมนที่เหมาะสม เช่น .com หรือ .co.th สำหรับธุรกิจในไทย เพื่อช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือในสายตาของลูกค้า

3. เลือก Template

Template คือโครงสร้างหลักที่จะกำหนดทิศทางประสบการณ์ของผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงควรเลือกดีไซน์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และประเภทธุรกิจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นแนวร้านค้าออนไลน์ที่เน้นการโชว์ภาพสินค้า หรือเว็บธุรกิจที่เน้นความน่าเชื่อถือ 

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเทมเพลตที่เป็น Responsive Design ที่สามารถปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้บนหน้าจอทุกขนาดโดยเฉพาะบนมือถือ เนื่องจากผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักเลือกเข้าชมและทำธุรกรรมผ่านมือถือเป็นหลัก การเลือกโครงสร้างที่ดีตั้งแต่แรกจะช่วยประหยัดเวลาได้มาก

4. ปรับ Layout/สี/ฟอนต์

การปรับแต่ง Design ต่าง ๆ บนหน้าเว็บคือหัวใจสำคัญในการสะท้อนภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูน่าจดจำ ควรออกแบบการจัดวาง Layout ให้เป็นระเบียบ สะอาดตา และกำหนดคู่สีหลักเพียง 2-3 สี เพื่อควบคุมโทนของเว็บไซต์ไม่ให้ดูละลานตาจนเกินไป 

ในส่วนของตัวอักษร ควรเลือกฟอนต์โมเดิร์นที่อ่านง่าย มีขนาดและระยะห่างที่พอดีทั้งบนหน้าจอคอมพิวเตอร์และบนมือถือ การใส่ใจในรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย และกระตุ้นให้ผู้ใช้งานอยากใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์ของคุณได้นานยิ่งขึ้น

5. ใส่เนื้อหาและรูป

ขั้นตอนการเติมเรื่องราวให้เว็บไซต์ดูน่าสนใจ เริ่มต้นจากการจัดเตรียมรูปภาพที่มีความคมชัดสูง สวยงาม และดูเป็นมืออาชีพ ควบคู่ไปกับการเขียนเนื้อหาอธิบายที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์สิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหาอย่างตรงจุด นอกจากความสวยงามแล้ว ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพให้สื่อความหมายและใส่ข้อความอธิบายรูปภาพ (Alt Text) ทุกครั้ง 

วิธีเหล่านี้นอกจากจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อหาแล้ว ยังส่งผลดีต่อการค้นหาของผู้ใช้งานและช่วยเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อของลูกค้าได้อีกด้วย

6. ตั้งค่า SEO

หลังจากใส่เนื้อหาและรูปภาพเรียบร้อยแล้ว ควรตั้งค่า SEO พื้นฐานให้ครบ เพื่อเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ถูกค้นพบบน Google มากขึ้น เริ่มจากการกำหนดคีย์เวิร์ดหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เช่น ชื่อสินค้า ประเภทบริการ หรือปัญหาที่ลูกค้ากำลังค้นหา จากนั้นนำคีย์เวิร์ดไปใช้ในตำแหน่งสำคัญ เช่น Title, Meta Description, Heading, URL และ Alt Text ของรูปภาพ

นอกจากนี้ ควรเชื่อมต่อเว็บไซต์กับ Google Search Console เพื่อติดตามการเก็บข้อมูลของ Google รวมถึงตรวจสอบความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะเว็บไซต์ที่โหลดเร็ว ใช้งานง่าย และรองรับมือถือ จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้เข้าชมและมีผลต่ออันดับการค้นหาบน Google

7. เผยแพร่

ก่อนที่จะกดปุ่มเผยแพร่เว็บไซต์สู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ ควรตรวจสอบความถูกต้องของเว็บไซต์อย่างละเอียดอีกสักครั้ง โดยอาจจะทดลองสวมบทบาทเป็นลูกค้าเพื่อทดสอบระบบการทำงานภายในเว็บทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นการคลิกลิงก์ต่าง ๆ การกรอกฟอร์มติดต่อกลับ ตลอดจนความถูกต้องของระบบตะกร้าสินค้าและการเชื่อมต่อช่องทางชำระเงินว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย เมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบและไม่มีข้อผิดพลาด ค่อยเปิดตัวเว็บไซต์เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้อย่างประทับใจตั้งแต่ก้าวแรก


เชื่อมต่อระบบรับชำระเงินออนไลน์กับเว็บไซต์ด้วย KGP

เมื่อเว็บไซต์พร้อมใช้งานแล้ว อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจขายสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ คือระบบรับชำระเงินออนไลน์ที่สะดวก ปลอดภัย และรองรับพฤติกรรมการชำระเงินของผู้บริโภคในปัจจุบัน 

การเชื่อมต่อ Payment Gateway จึงเข้ามาช่วยให้เว็บไซต์สามารถรับชำระเงินออนไลน์ ผ่านหลากหลายช่องทางในระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรเดบิต QR Code หรือ E-Wallet ช่วยลดขั้นตอนการชำระเงิน เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า และทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น

สำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางการขาย KGP พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ด้านการรับชำระเงินออนไลน์ ด้วยบริการ Payment Gateway Thailand ที่ช่วยให้ธุรกิจเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินเข้ากับเว็บไซต์ได้อย่างราบรื่น รองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย ช่วยให้การขายออนไลน์บนเว็บไซต์เป็นเรื่องที่จัดการได้ง่ายขึ้น


คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)

วิธีสร้างเว็บไซต์ฟรีโดยไม่ต้องเสียค่าโดเมน ทำได้ไหม?

ทำได้ โดยสามารถใช้แพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์ฟรีที่มาพร้อมโดเมนย่อย (Subdomain) ได้ แต่หากต้องการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว การจดโดเมนของตัวเอง เช่น .com หรือ .co.th จะช่วยให้เว็บไซต์ดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

เว็บไซต์สำเร็จรูปกับ WordPress แบบไหนเหมาะกับมือใหม่?

เว็บไซต์สำเร็จรูปเหมาะกับผู้เริ่มต้นที่ต้องการสร้างเว็บไซต์อย่างรวดเร็ว ใช้งานง่าย และไม่ต้องตั้งค่าซับซ้อน ส่วน WordPress เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการความยืดหยุ่นในการออกแบบ สามารถปรับฟีเจอร์และขยายเว็บไซต์เพิ่มเติมได้ในอนาคต

สร้างเว็บไซต์เองแล้วจะรับชำระเงินออนไลน์ได้อย่างไร?

ธุรกิจสามารถเชื่อมต่อเว็บไซต์เข้ากับ Payment Gateway ที่รับชำระเงินผ่านช่องทางต่างๆ เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต ผ่อนชำระ QR Code และ E-Wallet ทำให้ลูกค้าชำระเงินผ่านเว็บไซต์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย


วิธีสร้างเว็บไซต์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ พร้อมบริการรับชำระเงินจาก KGP

วิธีสร้างเว็บไซต์ในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเขียนโค้ดอีกต่อไป เพียงเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับธุรกิจ วางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ตอบโจทย์ธุรกิจและเชื่อมต่อระบบรับชำระเงินออนไลน์ ธุรกิจก็สามารถมีเว็บไซต์ที่พร้อมเปิดขายออนไลน์และรองรับการเติบโตได้ในระยะยาว สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาพาร์ตเนอร์รับชำระเงินออนไลน์ 

สำหรับธุรกิจที่กำลังมองหาพาร์ตเนอร์ด้านการรับชำระเงินออนไลน์ KGP พร้อมช่วยให้ทุกขั้นตอนการรับชำระเงินเป็นไปอย่างราบรื่น รองรับช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินการขายออนไลน์ได้อย่างมั่นใจในทุกธุรกรรม

KGP, Payment. Make It Smooth.

ติดตามและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

www.kasikornglobalpayment.com

FB : kgpthailand

LinkedIn : Kasikorn Global Payment

ข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ

ติดตาม KGP ผ่านโซเชียลมีเดีย