

ขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร มือใหม่สร้างธุรกิจง่าย ๆ ในปี 2026
ขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร ให้ลูกค้าซื้อสินค้า สามารถเริ่มจากการตั้งชื่อร้าน วิเคราะห์คู่แข่ง ศึกษากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย คำนวณต้นทุนและราคาขาย และการหาช่องทางขาย
ขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร? เชื่อว่าหลาย ๆ คนมีความคิดอยากขายของออนไลน์เพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเอง เพราะคิดว่าการขายของออนไลน์เป็นธุรกิจที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ก็สามารถสร้างกำไรได้ไม่ยาก แต่พอเริ่มต้นขายของออนไลน์จริง ๆ กลับไม่รู้ว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี จนไม่ได้เริ่มต้นทำธุรกิจเสียที และสิ่งที่ท้าทายยิ่งกว่าการเปิดร้านออนไลน์ คือ การวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน มีระบบการจัดการแบบมืออาชีพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าหรือผู้บริโภคได้ตั้งแต่วันแรก
สำหรับใครที่กำลังติดขัดกับจุดเริ่มต้น ไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป เพราะบทความนี้จะมาแนะนำขั้นตอนสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเริ่มขายสินค้าออนไลน์ในปี 2026 เพื่อให้ธุรกิจของคุณเริ่มต้นได้อย่างมั่นคง มีประสิทธิภาพ และพร้อมสำหรับการสเกลธุรกิจในระยะยาว
Key Takeaways
- การขายของออนไลน์สามารถเริ่มต้นได้จากการกำหนดประเภทสินค้าที่ต้องการขาย เช่น สินค้าที่ตัวเองชอบ สินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือสินค้าที่กำลังเป็นกระแส เป็นต้น เพื่อนำเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างตรงจุด
- ก่อนเริ่มต้นขายของ ควรกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และศึกษาคู่แข่งในตลาดเดียวกัน เพื่อวาง Positioning ของแบรนด์ให้ชัดเจนเหนือคู่แข่ง
- การขายของควรคำนวณค่าใช้จ่ายแฝงนอกเหนือจากค่าสินค้า เช่น ค่าโฆษณา ค่าแพ็คของ ค่าส่ง เพื่อประเมินราคาต้นทุนจริงก่อนตั้งราคาขายออนไลน์ เพื่อรักษาสภาพคล่องและกำไรสุทธิ
- เลือกแพลตฟอร์มที่รองรับ Omnichannel และระบบการชำระเงินแบบครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกรรมทางการเงิน และลดอัตราการทิ้งตะกร้าสินค้าลงได้
สารบัญบทความ
- เริ่มขายของออนไลน์ เลือกสินค้าแบบไหนดี
- อยากขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร? เช็กลิสต์สิ่งต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน
- KGP ระบบบริการรับชำระเงินออนไลน์ เริ่มขายของออนไลน์ต้องใช้
- คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
- ขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร เพิ่มความสะดวกในการชำระเงินกับ KGP
เริ่มขายของออนไลน์ เลือกสินค้าแบบไหนดี

ธุรกิจ E-Commerce หรือการขายของออนไลน์ควรเริ่มอย่างไรดี? สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามถ้าอยากขายของออนไลน์ คือ สินค้า เพราะสินค้าที่นำมาขายจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและรูปแบบการทำธุรกิจในขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไป ทั้งนี้สินค้าออนไลน์ที่นำมาขายควรเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมาย ไม่ผิดต่อกฎระเบียบของช่องทางขายของออนไลน์ต่าง ๆ
สำหรับมือใหม่ที่อยากขายของออนไลน์ ขายอะไรดี? ในที่นี้จะมาแนะนำประเภทสินค้าที่น่าสนใจสำหรับปี 2026 ดังนี้
- สินค้าสำหรับบริโภคและอุปโภค : เป็นสินค้าที่มีอัตราการซื้อซ้ำสูง เช่น อาหาร, ขนม, เครื่องดื่ม, อาหารเสริม, เครื่องครัว, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้าน
- สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ : เป็นสินค้าที่ช่วยสร้าง Brand Identity ได้อย่างชัดเจน หรือใช้สินค้ารักษ์โลก (Eco-Friendly) เช่น เสื้อผ้า, กระเป๋า, เครื่องประดับ, รองเท้า, ของตกแต่งบ้าน
- สินค้าสำหรับงานอดิเรก ความชอบ : เป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มที่สามารถสร้างรายได้จากกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบได้ในระยะยาว เช่น แผ่นเกม, ฟิกเกอร์, ตุ๊กตา, การ์ดเกม, การ์ดไอดอล, อุปกรณ์ศิลปะ
- สินค้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ : เป็นสินค้าที่มีการใช้งานสูง โทรศัพท์, แท็บเล็ต, หูฟัง, ลำโพง, สมาร์ทวอร์ช, คอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊ค และสินค้าไอทีอื่น ๆ ที่รองรับไลฟ์สไตล์ Work From Anywhere
- สินค้า Health & Wellness : เป็นสินค้าที่ตอบโจทย์กับเทรนด์รักสุขภาพ และสอดคล้องกับแนวโน้มจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ, อาหารเสริมที่มีงานวิจัยรองรับ
- สินค้า Digital Product & Services : เป็นสินค้าที่ไม่ต้องลงทุนสูงแต่สร้างกำไรได้ดี เช่น คอร์สเรียนออนไลน์, Software, E-Book, การรับเติมเงินเกม หรือบริการที่ปรึกษาเฉพาะทาง
อยากขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร? เช็กลิสต์สิ่งต้องเตรียมก่อนเปิดร้าน

ตั้งชื่อแบรนด์ให้โดดเด่นและน่าจดจำ
ในการซื้อขายออนไลน์ ชื่อร้านและภาพลักษณ์แบรนด์เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้า และช่วยให้ลูกค้าจดจำธุรกิจขายของออนไลน์ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงควรตั้งชื่อร้านที่จำง่าย อ่านง่าย และสื่อความหมายชัดเจน หรือตั้งชื่อร้านที่สื่อถึงประเภทสินค้าที่ขาย เพื่อให้ลูกค้านึกถึงร้านเมื่อต้องการซื้อสินค้าได้ทันที อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการตั้งชื่อร้านที่ยาวเกินไป เพื่อให้ลูกค้าค้นหาชื่อร้านตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ทั้งนี้ หากมีแผนขยายธุรกิจในต่างประเทศ ควรตั้งชื่อแบรนด์ที่มีความหมายดี ไม่ใช้คำหยาบคายภาษาอื่น ๆ และชาวต่างชาติสามารถอ่านง่าย เพื่อให้ลูกค้าจดจำชื่อร้านค้าง่าย
วิเคราะห์คู่แข่งในตลาด
เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะขายของออนไลน์ขายอะไรดี แต่ไม่แน่ใจว่าขายของออนไลน์ควรเริ่มอย่างไรดี? แนะนำให้ค้นหาร้านค้าหรือประเภทธุรกิจออนไลน์ที่คล้ายกันในแต่ละแพลตฟอร์ม แล้วศึกษาราคาสินค้า กลยุทธ์การขาย รูปแบบการโปรโมตธุรกิจออนไลน์ และตรวจสอบรีวิวจากลูกค้า ทั้งจุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนา เพื่อนำข้อมูลไปปรับใช้กับธุรกิจ และวางแผนกลยุทธ์ขายของให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน
ขั้นตอนสำคัญที่ควรทำหลังตัดสินได้แล้วว่า ขายของออนไลน์อะไรดี คือ การกำหนดกลุ่มลูกค้าให้ชัดเจน โดยเริ่มจากการกำหนดรายละเอียดของลูกค้าก่อน เช่น อายุ เพศ อาชีพ รายได้ ไลฟ์สไตล์ ความชอบ เพื่อสังเกตพฤติกรรมการซื้อของกลุ่มลูกค้าที่กำหนดขึ้นมา ว่าชอบซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มไหน ซื้อของราคาช่วงไหนบ้าง และปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลต่อการซื้อของออนไลน์ แล้ววางกลยุทธ์ขายสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในระยะยาว
คำนวณต้นทุนและตั้งราคาสินค้า
วิธีขายของออนไลน์มือใหม่ที่ไม่ควรประมาท คือ การคำนวณต้นทุนและตั้งราคาสินค้า หลายคนคิดว่าการขายสินค้าออนไลน์ไม่ได้ใช้ต้นทุนสูงมากและน่าจะได้กำไรดี แต่พอคำนวณรายได้จริง ๆ กลับขาดทุนหรือได้กำไรน้อยมาก นั่นเป็นเพราะมองข้ามค่าใช้จ่ายแฝงต่าง ๆ เช่น ค่าโฆษณา ค่าจัดส่งสินค้า และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างขายของออนไลน์ ดังนั้นวิธีขายของให้ไม่ขาดทุน คือ การคำนวณต้นทุนทั้งหมดก่อนตั้งราคาสินค้าอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างกำไรตามเป้าได้อย่างยั่งยืน
เลือกช่องทางการขาย แบบ Omnichannel
เลือกช่องทางการขายแบบ Omnichannel เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ เพราะแต่ละช่องทางมีกลุ่มลูกค้าต่างกัน อย่าง Facebook, Instagram, TikTok เป็นช่องทางการขายสินค้าช่วยสร้าง Awareness และ Engagement หรือแพลตฟอร์ม E-Commerce อย่าง Shopee, Lazada ก็เป็นศูนย์รวมการซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์ เหมาะกับการสร้างลูกค้ากลุ่มที่มีความต้องการซื้ออยู่แล้ว และการสร้าง Website (Brand.com) จะช่วยเก็บข้อมูลลูกค้าและสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว
ถ่ายภาพสินค้า
ขายของออนไลน์ควรเริ่มอย่างไรให้มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมหรือซื้อสินค้า? หนึ่งในวิธีการขายของออนไลน์ที่ช่วยดึงดูดลูกค้า คือ การนำเสนอรูปภาพสินค้า เพราะเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า ดังนั้นจึงควรถ่ายรูปสินค้าหลายมุม โดยใช้พื้นหลังลายเรียบ สีสะอาดตา ให้เห็นรายละเอียดชัดเจน และควรเขียนข้อมูลสินค้าครบถ้วน เข้าใจง่าย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และสามารถเขียนข้อความโน้มน้าวเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจซื้อสินค้ากับทางร้านค้าเพิ่มขึ้นได้
วางระบบการชำระเงินที่เป็นสากล
เมื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์เริ่มต้นขึ้น เทคนิคการขายของออนไลน์ให้สำเร็จอีกอย่างหนึ่ง คือ การมีช่องทางการชําระเงิน ที่ชัดเจนและครอบคลุม การเลือกใช้ระบบ Payment Gateway ที่รองรับช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการจ่ายผ่าน Mobile Banking, QR Payment, บัตรเครดิต/เดบิต จะช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกธุรกรรมมีความปลอดภัยสูง นอกจากนี้ ระบบ Payment Gateway ก็ยังช่วยร้านค้าตรวจสอบยอดเงินได้แบบ Real-Time ซึ่งช่วยลดภาระงานและเพิ่มความแม่นยำในการจัดการบัญชีได้เป็นอย่างดี
KGP ระบบบริการรับชำระเงินออนไลน์ เริ่มขายของออนไลน์ต้องใช้
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเริ่มขายของออนไลน์อย่างมืออาชีพ การเลือก Partner ด้านการชำระเงินที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ KGP พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยยกระดับธุรกิจของคุณ ด้วยบริการรระบบชำระเงินออนไลน์ที่รองรับการชำระเงินรูปแบบต่าง ๆ เช่น Mobile Banking, QR Payment, E-Wallet, Payment Link, บัตรเครดิต-เดบิต รวมถึงระบบหักบัญชีอัตโนมัติ ให้สามารถตรวจสอบธุรกรรมการเงินได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล และช่วยสร้างภาพลักษณ์ธุรกิจขายของให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้น
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
ขายของออนไลน์รายได้เท่าไหร่ ถึงจะไม่ถูกหักภาษี?
หากมีรายได้สุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนแล้วไม่เกิน 150,000 บาทต่อปี จะได้รับการละเว้นการจ่ายภาษี แต่ถ้า่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
ขายของออนไลน์ จำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือไม่?
จำเป็น เพราะกฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ขายสินค้า หรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ตในนามบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มกิจการ
การที่ร้านค้าออนไลน์ใช้ระบบรับชำระเงิน (Payment Gateway) ดีกว่าการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวอย่างไร?
ระบบ Payment Gateway ช่วยแยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวออกจากกัน ทำให้เจ้าของธุรกิจบริหารและจัดการบัญชีง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มช่องทางการชำระเงิน เช่น ผ่านบัตรเครดิต ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
ขายของออนไลน์ เริ่มอย่างไร เพิ่มความสะดวกในการชำระเงินกับ KGP
อยากขายของออนไลน์ควรเริ่มอย่างไรดี? หากต้องการทำอาชีพขายของออนไลน์ควรศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจจริง โดยจะต้องศึกษาวิธีขายของออนไลน์แต่ละขั้นตอนอย่างถี่ถ้วน ตั้งแต่การตั้งชื่อร้านให้โดดเด่นและน่าจดจำ การกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ชัดเจน การวิเคราะห์คู่แข่งในตลาด การคำนวณต้นทุนและราคาขาย การเลือกช่องทางขาย ไปจนถึงการจัดวางระบบการชำระเงิน
หากกำลังมองหาพาร์ทเนอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งความเสถียรและความปลอดภัยทางการเงิน KGP พร้อมยกระดับระบบรับชำระเงินของคุณให้ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Meta Pay, QR Payment, Mobile Banking, บัตรเครดิต/เดบิต, Payment Links+, TrueMoney Wallet, และ บริการหักบัญชีอัตโนมัติ (ODD) เพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่นให้กับลูกค้า และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ ให้กับธุรกิจทุกขนาด
KGP, Payment. Make It Smooth.
LinkedIn : Kasikorn Global Payment
อ้างอิง
1. สำนักมาตรฐานการจัดเก็บภาษี. (ม.ป.ป.). คู่มือหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบบ้าน บ้าน. https://www.rd.go.th/fileadmin/download/insight_pasi/RDHandBook.pdf
2. กรมสรรพากร. (ม.ป.ป.). อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2560. https://www.rd.go.th/59670.html
3. กรมสรรพากร. (ม.ป.ป.). “ขอคืนเงินภาษี” มีคำตอบ. https://www.rd.go.th/63437.html
ข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ
ติดตาม KGP ผ่านโซเชียลมีเดีย