

บทความ
ยื่นขอภาษีเงินคืนทำอย่างไร? รู้วิธีขอคืนภาษี พร้อมวิธีเช็กสถานะ
ขอภาษีเงินคืนทำอย่างไร? รวมวิธีขอภาษีผ่าน My Tax Account หรือ D-MyTax วิธีเช็กสถานะเงินคืนภาษี เอกสารที่ต้องใช้ พร้อมเคล็ดลับให้ได้เงินคืนเร็วขึ้น
ยื่นภาษีไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินคืน? หลายคนอาจสงสัยว่าต้อง ขอภาษีเงินคืน อย่างไร ใช้เอกสารอะไรบ้าง หรือสามารถ เช็กสถานะเงินคืนภาษี ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
โดยเงินคืนภาษี คือ หนึ่งในส่วนสำคัญที่ทุกธุรกิจและผู้ประกอบการควรบริหารจัดการอย่างถูกต้องตามกฎหมายของกรมสรรพากร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินธุรกิจ ซึ่งการจัดการในส่วนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่เรื่องของการยื่นภาษี การเสียภาษี การจ่ายภาษี ไปจนถึงการตรวจสอบการคืนภาษี ที่คนทำธุรกิจควรเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างละเอียด
บทความนี้สรุปขั้นตอนการขอคืนภาษี วิธีตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษี เอกสารที่ควรเตรียม และเคล็ดลับที่จะช่วยให้การยื่นภาษีออนไลน์เป็นไปอย่างถูกต้อง ลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่มเติม และเพิ่มโอกาสได้รับเงินคืนได้เร็วขึ้น
Key Takeaway
- เงินคืนภาษี คือ ภาษีส่วนที่จ่ายเกินจากการถูกหัก ณ ที่จ่ายหรือชำระล่วงหน้า ซึ่งสามารถยื่นขอคืนจากกรมสรรพากรได้หลังยื่นแบบภาษี
- ผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษีได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร โดยเข้าเมนู D-MyTax / My Tax Account และเลือกติดตามสถานะขอคืนหรือนำส่งเอกสาร หรือสอบถามโดยตรงที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนา
- ควรกรอกข้อมูลยื่นภาษีให้ครบถ้วน ตรวจสอบรายได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเอกสารลดหย่อนให้ถูกต้องก่อนกดยืนยัน แนบหรืออัปโหลดเอกสารให้ครบ รวมถึงการผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่มเติมและช่วยให้ได้รับเงินคืนเร็วขึ้น
สารบัญบทความ
- ภาษีเงินคืนคืออะไร? และใครมีสิทธิ์ขอคืนได้บ้าง?
- วิธีเช็กสถานะเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร ทำได้อย่างไร?
- ยื่นขอภาษีเงินคืนผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?
- เอกสารที่ต้องใช้ในการขอภาษีเงินคืน
- เคล็ดลับยื่นภาษีอย่างไรให้ได้เงินคืนเร็ว
ภาษีเงินคืนคืออะไร? และใครมีสิทธิ์ขอคืนได้บ้าง?
เงินคืนภาษี คือ เงินส่วนที่ผู้เสียภาษีได้ชำระไว้เกินกว่าจำนวนภาษีที่ต้องชำระจริง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ตลอดปี หรือการชำระภาษีล่วงหน้าไว้มากกว่าภาษีที่คำนวณได้หลังหักค่าลดหย่อน เมื่อยื่นแบบภาษีแล้วพบว่ามียอดภาษีจ่ายเกิน ผู้เสียภาษีสามารถยื่นขอคืนภาษีจากกรมสรรพากรได้ โดยผู้ที่มีสิทธิ์ขอคืนภาษี คือ
- บุคคลธรรมดา ที่มีรายได้และถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ เช่น พนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือผู้มีรายได้หลายทาง และเมื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแล้วพบว่าจ่ายภาษีไว้เกินกว่าจำนวนที่ต้องจ่ายจริงหลังหักค่าลดหย่อน
- ผู้ประกอบการหรือธุรกิจที่จดทะเบียนบริษัทที่มีการยื่นภาษีและใช้สิทธิลดหย่อนหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างครบถ้วน แล้วพบว่ามีภาษีจ่ายเกิน
โดยกรมสรรพากรจะคืนภาษีผ่านการโอนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน หรือการออกหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีในบางกรณี เช่น ชาวต่างชาติ ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือกองมรดก เป็นต้น
วิธีเช็กสถานะเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร ทำได้อย่างไร?

หลังจากที่ยื่นขอคืนภาษีไปแล้ว สิ่งที่ควรทำในขั้นตอนต่อไป คือ การตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษี ซึ่งจะสามารถเช็กและตรวจสอบรายละเอียดสถานะการขอคืนภาษี โดยตอนนี้กรมสรรพากรมีระบบให้เช็กสถานะเงินคืนได้ด้วยตัวเอง ผ่านช่องทางออนไลน์ หรือสอบถามสำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในแบบภาษี เช็กสถานะการขอคืนภาษี ด้วยขั้นตอนต่อไปนี้
ช่องทางที่ 1 ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร (RD)
ปัจจุบันการเช็กสถานะเงินคืนภาษีทำได้ง่ายและสะดวกผ่านระบบ My Tax Account / D-MyTax บนเว็บไซต์กรมสรรพากร ซึ่งเป็นช่องทางที่สามารถติดตามสถานะขอคืนภาษีและนำส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ โดยขั้นตอนหลัก ๆ คือ
1. เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร สามารถเลือกได้ 2 วิธี
• เข้าเว็บไซต์ www.rd.go.th เลือกเมนู My Tax Account แล้วเลือกตรวจสอบข้อมูลทางภาษี
• เข้าผ่านลิงก์ระบบ D-MyTax ตามคู่มือที่ iTAX แนะนำ
2. เข้าสู่ระบบตามแต่ละช่องทาง
• www.rd.go.th เข้าสู่ระบบด้วย RD ID โดยใช้เลขผู้เสียภาษีหรือเลขบัตรประชาชน + รหัสผ่าน + เลข Laser ID หลังบัตรประชาชน
• D-MyTax เข้าสู่ระบบด้วย Digital ID ตามที่ลงทะเบียนไว้
3. ระบบจะให้ยืนยันตัวตนด้วยรหัส OTP ที่ส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล จากนั้นกรอกรหัส OTP และกดยืนยัน
4. เมื่อเข้าระบบได้แล้ว เลือกเมนู ติดตามสถานะขอคืน / นำส่งเอกสาร
5. ระบบจะแสดงสถานะคำขอคืนภาษีของคุณ ซึ่งจะมีรายละเอียด 3 รูปแบบ
• อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล
• อยู่ระหว่างดำเนินการคืนเงิน
• คืนเงินเรียบร้อยแล้ว พร้อมข้อมูลช่องทางที่ใช้คืน
หมายเหตุ หากระบบแจ้งว่าให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม เช่น เอกสารยืนยันรายได้ หรือหลักฐานค่าลดหย่อน ควรดำเนินการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้การพิจารณาเงินคืนภาษีล่าช้า โดยสามารถอัปโหลดเอกสารผ่านระบบออนไลน์ในเมนูติดตามสถานะขอคืน / นำส่งเอกสารได้เลย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ e-Tax
ช่องทางที่ 2 ติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ ตามภูมิลำเนาที่ยื่นแบบไว้
หากไม่สะดวกตรวจสอบสถานะเงินคืนภาษีผ่านออนไลน์ หรือเช็กในระบบแล้วมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาที่ปรากฏในแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ที่คุณยื่นไว้ได้โดยตรง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดการภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือน และภาระภาษีโดยรวม
นอกจากนี้ช่องทางนี้ยังเหมาะสำหรับกรณี เช่น ระบบแจ้งให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม แต่ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เอกสารใด / เงินคืนภาษีล่าช้ากว่าปกติ / ได้รับเงินคืนไม่ครบตามที่คาดการณ์ / ไม่ได้รับหนังสือแจ้งคืนเงินภาษี หรือต้องการแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินคืน ก็สามารถขอคำแนะนำที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ เพื่อดำเนินการออกหนังสือแจ้งคืนฉบับใหม่หรือแก้ไขข้อมูลที่จำเป็นได้เช่นกัน
ยื่นขอภาษีเงินคืนผ่านช่องทางไหนได้บ้าง?
เวลาขอคืนเงินภาษีกับกรมสรรพากร ผู้เสียภาษีสามารถเลือกรับเงินคืนภาษีได้ตามช่องทางที่เข้าเงื่อนไข โดยมี 3 ช่องทางหลักดังนี้
1. รับเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก โดยกรมสรรพากรจะโอนเงินคืนเข้าบัญชีที่ลงทะเบียนไว้เมื่อคำขอได้รับการอนุมัติ
2. รับเงินคืนผ่านธนาคารที่กำหนด หากไม่ประสงค์รับเงินคืนผ่านพร้อมเพย์ กรมสรรพากรอาจออกหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือแบบ ค.21 เพื่อให้ผู้เสียภาษีนำไปติดต่อรับเงินคืนผ่านธนาคารที่กำหนด เช่น ธนาคารกรุงไทย หรือ ธ.ก.ส. ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
3. รับเช็กคืนเงินภาษีทางไปรษณีย์ สำหรับผู้ขอคืนภาษีบางกลุ่มที่ไม่สามารถลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชนได้ เช่น ชาวต่างชาติ ห้างหุ้นส่วนสามัญ คณะบุคคล วิสาหกิจชุมชน หรือกองมรดก กรมสรรพากรอาจออกหนังสือแจ้งคืนเงินภาษีพร้อมเช็ก เพื่อให้นำไปเข้าบัญชีธนาคารตามขั้นตอนที่กำหนด
เอกสารที่ต้องใช้ในการขอภาษีเงินคืน
1. เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
2. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ 50 ทวิ แสดงรายได้รวมและภาษีที่ถูกหักไว้ตลอดปี
3. เอกสารลดหย่อนภาษีตามสิทธิ์ เช่น
• เบี้ยประกันชีวิต / ดอกเบี้ยบ้าน
• ค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ / ค่าเล่าเรียนบุตร
• กองทุนประหยัดภาษี เช่น SSF หรือ RMF
• ใบอนุโมทนาบัตรเงินบริจาค
4. ข้อมูลพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน ใช้สำหรับรับเงินคืนภาษีผ่านบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้
เคล็ดลับยื่นภาษีอย่างไรให้ได้เงินคืนเร็ว

การขอคืนภาษีจะรวดเร็วหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูล เอกสารประกอบ และช่องทางรับเงินคืนที่เลือกใช้ หากต้องการเพิ่มโอกาสได้รับเงินคืนเร็วขึ้น ควรเตรียมให้พร้อมก่อนยื่นภาษีออนไลน์ตามขั้นตอนต่อไปนี้
- ผูกพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน ช่วยให้กรมสรรพากรสามารถโอนเงินคืนเข้าบัญชีธนาคารได้โดยตรง
- กรอกข้อมูลการยื่นภาษีออนไลน์ให้ครบถ้วนและถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงที่ข้อมูลไม่ตรงกับฐานข้อมูลของกรมสรรพากร
- ก่อนกดยืนยันการยื่นแบบ ควรตรวจสอบความถูกต้องของรายได้ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และสิทธิลดหย่อนต่าง ๆ ให้ถูกต้อง หากมีการใช้สิทธิลดหย่อน เช่น ประกันชีวิต กองทุน SSF หรือ RMF ดอกเบี้ยบ้าน หรือเงินบริจาค ควรเก็บหลักฐานไว้ให้ครบ เผื่อกรณีที่กรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติม
- หากสถานะในระบบแจ้งให้ส่งเอกสารเพิ่มเติม ควรอัปโหลดเอกสารผ่านเมนูติดตามสถานะขอคืน / นำส่งเอกสารโดยเร็ว เพราะการส่งเอกสารล่าช้าอาจทำให้การพิจารณาเงินคืนภาษีใช้เวลานานขึ้น
- หลังยื่นภาษีแล้ว ควรเข้าไปตรวจสอบสถานะเป็นระยะผ่าน D-MyTax / My Tax Account เพื่อดูว่าคำขอคืนภาษีอยู่ในขั้นตอนใด และมีเอกสารใดที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่
คำถามที่พบได้บ่อย (FAQs)
รอเงินคืนภาษีกี่วัน?
โดยทั่วไปแล้วกรมสรรพากรระบุว่าจะดำเนินการคืนเงินภาษี ภายใน 3 เดือน นับจากวันที่ได้รับคำร้องขอคืนเงินภาษี และเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ยื่นออนไลน์และผูกพร้อมเพย์พร้อมเอกสารครบถ้วน อาจได้รับเงินคืนเร็วที่สุดภายใน 3-7 วันทำการ หรือเร็วกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความเรียบร้อยของข้อมูลที่คุณยื่น ซึ่งควรวางแผนการเงินที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินส่วนนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว
ภาษีเงินคืนคำนวณอย่างไร?
เงินคืนภาษี = ภาษีที่ถูกหัก/จ่ายระหว่างปีทั้งหมด - ภาษีที่ควรจะเสียจริง
ภาษีที่ควรจะเสียจริง คือ ภาษีที่คำนวณจากรายได้สุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายและใช้สิทธิลดหย่อนทั้งหมดแล้ว โดยหากผลลัพธ์หลังการคำนวณเป็นจำนวน บวก แปลว่าคุณมีสิทธิ์ขอเงินคืนภาษีตามยอดนั้น
ต้องการแก้ไขข้อมูลในการยื่นภาษี ต้องทำอย่างไร?
หากยื่นภาษีไปแล้วพบว่ากรอกข้อมูลผิด สามารถยื่นแบบเพิ่มเติม (แก้ไข) ผ่านระบบยื่นภาษีออนไลน์ของกรมสรรพากรได้ ภายในกำหนดเวลายื่นแบบ แต่ถ้าพ้นกำหนดแล้ว ต้องไปยื่นแก้ไขหรือยื่นเพิ่มเติมที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ด้วยตนเอง
คู่มือการขอคืนเงินภาษี จัดเตรียมเอกสารให้สมบูรณ์ เพื่อรับเงินคืนไว
ในการยื่นขอเงินคืนภาษีจำเป็นต้องเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ และทำความเข้าใจขั้นตอนให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้อง และได้รับเงินคืนอย่างรวดเร็วที่สุด โดยควรเตรียมให้พร้อมทั้งเรื่องของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการเตรียมชำระภาษีออนไลน์ ก่อนรอบการยื่นภาษีออนไลน์ 2569 สำหรับบุคคลธรรมดาและธุรกิจที่กำลังจะมาถึงนี้
สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังมองหาตัวช่วยในการจัดการระบบชำระเงินออนไลน์ KGP เป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินออนไลน์แบบครบวงจร ที่ช่วยให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินได้จากหลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Meta Pay, QR Payment, Mobile Banking, บัตรเครดิต/เดบิต, Payment Link, E-Wallet ของ TrueMoney Wallet และ ODD (Online Direct Debit) ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลทางการเงินของคุณเป็นระบบ ถูกต้อง และพร้อมสำหรับการยื่นภาษีและขอคืนเงินภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
KGP, Payment. Make It Smooth.
LinkedIn : Kasikorn Global Payment
อ้างอิง
1. ขอคืนเงินภาษี. (2567, มีนาคม 8). กรมสรรพากร. https://www.rd.go.th/63437.html
2. เช็กสถานะเงินคืนภาษี 2567 ผ่านระบบ D-MyTax กรมสรรพากร. (2568, กุมภาพันธ์ 12). iTAX. https://www.itax.in.th/media/เช็กสถานะเงินคืนภาษี-2567/
ข่าวสารและกิจกรรมอื่น ๆ
ติดตาม KGP ผ่านโซเชียลมีเดีย